กรมการข้าววอนชาวนา ใช้ประโยชน์จากฟางข้าว งดเผา ลดมลพิษ PM 2.5

UPdate 2564

กรมการข้าววอนชาวนา ใช้ประโยชน์จากฟางข้าว งดเผา ลดมลพิษ PM 2.5

UPdate 2564 

นายมนัส กำเนิดมณี ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังผจญกับปัญหามลพิษทางด้านฝุ่นละอองเรื่อยมา คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งฝุ่นละอองขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ที่มีสาเหตุมาจากควันท่อไอเสียจากรถยนต์ และการเผาไหม้ต่าง ๆ รวมไปถึงการเผาเศษวัชพืชทางการเกษตร ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก ส่งผลต่อชั้นบรรยากาศจากการปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผา ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก และเกิดปัญหาค่ามลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐาน และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในประเทศ

นายมนัส กล่าวต่อไปว่า เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมเผาตอซังข้าว เนื่องจากเป็นวิธีกำจัดตอซังได้เร็วและใช้แรงงานน้อย ก่อให้เกิดความสะดวกในการไถเตรียมดิน ในทางกลับกันส่งผลให้โครงสร้างของดินเปลี่ยนแปลงเกิดการสูญเสียของน้ำในดิน อินทรียวัตถุและธาตุอาหารที่สำคัญ โดยจะทำลายจุลินทรีย์และแมลงที่เป็นประโยชน์ในดิน อีกทั้งก่อให้เกิด ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ที่สูงเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในหลายพื้นที่

         “ฟางข้าวและตอซังข้าว เป็นผลพลอยได้หลังจากการเก็บเกี่ยวและนำเมล็ดข้าวออกแล้ว ซึ่งเป็นวัสดุที่ย่อยสลายง่าย หากมีการไถกลบตอซังข้าวจะเป็นธาตุอาหารในดินที่มีคุณภาพ ทำให้ดินมีคุณสมบัติทางกายภาพ ทางเคมี และทางชีวภาพดีขึ้น มีธาตุอาหารหลักและธาตุอาหารรองที่เป็นประโยชน์ต่อดิน ทำให้ต้นข้าวเจริญงอกงามให้ผลผลิตดี ลดการใช้ปุ๋ยเคมีเนื่องจากอินทรียวัตถุในดินที่มีมากขึ้น นอกจากช่วยทำให้ดินดีแล้ว ยังมีการนำฟางข้าวไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น อัดฟางข้าวเป็นก้อนจำหน่าย ใช้เป็นอาหารหยาบสำหรับเลี้ยงโค ทำปุ๋ยหมัก วัสดุคลุมดิน ทำเยื่อกระดาษ เป็นต้น นอกจากนี้เส้นใยจากต้นข้าว ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ เพื่อเพิ่มมูลค่าในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ อีกทั้งยังสามารถประยุกต์เป็นเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ภายในบ้าน หรือผลิตภัณฑ์จากฟางข้าว เพื่อใช้สอยในชีวิตประจำวันได้ ใช้เป็นวัสดุทดแทนไม้ อย่างเช่น โต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ ของตกแต่งและของที่ระลึกอื่นๆ รวมทั้งสามารถสร้างสรรค์ศิลปะจากฟางข้าวในเชิงสัญลักษณ์ หรือทำเป็นหุ่นฟางลักษณะต่างๆ เช่น หุ่นฟางข้าวขนาดใหญ่ เพื่อนำไปประดับตกแต่งสถานที่หรือสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในพื้นที่ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้กับชุมชน ที่สำคัญยังสามารถสร้างรายได้และอาชีพเสริมให้แก่ชาวนาและคนในชุมชนต่อไป” นายมนัส กล่าวเพิ่มเติม