รมช.เกษตรฯ นำทีมหน่วยงานในสังกัด เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบภัยหลังน้ำลด พร้อมแจง 7 โครงการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย

156858 รมช.เกษตรฯ นำทีมหน่วยงานในสังกัด เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบภัยหลังน้ำลด พร้อมแจง 7 โครงการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย

156868 156864

156863 156859

156871 156873

156872 156877

156879  156878

 

 

       นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมชี้แจงมาตรการแนวทางในการช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรหลังน้ำลด และมาตรการภายใต้โครงการลดรายจ่ายสร้างรายได้สำหรับเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง 2563/2564 ณ โรงแป้งมันสำปะหลังเอี่ยมธงชัย ตำบลงิ้ว อำเภอปักธงชัย จ.นครราชสีมา โดยมีนายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรพร้อมด้วยนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์        ผู้อํานวยการกองเมล็ดพันธุ์ข้าวนายโอวาท ยิ่งลาภ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการผลิตข้าวพร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้องร่วมชี้แจง อาทิ กรมปศุสัตว์ กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง และกรมชลประทาน เป็นต้น โดยมีเกษตรกรจากหลายอำเภอที่ประสบภัยเข้าร่วมรับฟัง 1,000 คน ในการนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ ณ อ่างเก็บน้ำลำเชียงสา อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ตลอดจนพบปะและให้กำลังใจแก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย

 

       นายประภัตร กล่าวว่า จากสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่พืชผลการเกษตร ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา อุบลราชธานี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี และจังหวัดสุราษฏร์ธานี (ข้อมูล ณ วันที่ 1 พ.ย.63) ขณะนี้ได้รับรายงานว่าจังหวัดนครราชสีมามีพื้นที่การเกษตรด้านพืชคาดว่าเสียหาย 198,356 ไร่ 23 อำเภอ 146 ตำบล 1,096 หมู่บ้าน เกษตรกร 48,737 ราย โดยเบื้องต้นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ มีหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ คือ จะต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้ก่อนเกิดภัย และช่วยเหลือเกษตรกรตามจำนวนพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจริง ทั้งนี้ไม่เกิน 30 ไร่ อัตราการช่วยเหลือด้านพืช แบ่งเป็น ข้าว อัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ อัตราไร่ละ 1,148 บาท พืชสวนและอื่นๆ อัตราไร่ละ 1,690 บาท และนอกจากนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำโครงการเสริมสร้างรายได้และลดรายจ่ายให้แก่เกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง ปี 2563/64 จำนวน 7 โครงการ โดยเตรียมนำเสนอ ครม. พิจารณา ดังนี้

1) โครงการส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเขียว)

2) โครงการพัฒนาเสริมทางเลือกอาชีพด้านประมงในบ่อดิน (ปลาดุก, ปลาตะเพียนขาว)

3) โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในแหล่งน้ำชุมชน จำนวน 200,000 ตัว/แห่ง

4) โครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีกในฤดูแล้ง ปี 2564 (ไก่พื้นเมือง เป็ดไข่ เป็ดเทศ ไก่ไข่ ไก่ชน และไก่เนื้อ)

5) โครงการส่งเสริมปลูกพืชอาหารสัตว์

6) โครงการสร้างรายได้และพัฒนาอาชีพการเกษตรให้แก่สมาชิกสถาบันเกษตรกร โดยสนับสนุนปั๊มน้ำ โรงเรือน ปัจจัยการผลิตและอุปกรณ์ตลาด รวมทั้งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ

และ 7) โครงการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร โดยให้เกษตรกรรวมกลุ่ม เพื่อให้ความรู้การแปรรูผลิตผลทางการเกษตรแก่เกษตรกร และสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป กระบวนการผลิต คุณภาพมาตรฐาน และบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งส่งเสริมการตลาดทั้ง online และ offline (ตลาดเกษตรกร)

 

       “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย จึงได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ เร่งเข้ามาดูแลช่วยเหลือและส่งเสริมเพื่อให้เกษตรกรได้มีอาชีพ รายได้หลังน้ำลด โดยวันนี้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันแก้ปัญหา และได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เร่งสำรวจข้อมูลพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบ และเกิดความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วม เชื่อว่าภายในเดือนธันวาคมจะสามารถจ่ายเงินชดเชยให้แก่เกษตรกรได้” นายประภัตร กล่าว

       ด้านนายณัฏฐกิตติ์ เปิดเผยว่า กรมการข้าวมีความพร้อมด้านเมล็ดพันธุ์ข้าวที่จะสนับสนุนพี่น้องเกษตรกร เพียงพออย่างแน่นอน พี่น้องเกษตรกรไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวในปีนี้ โดยกรมการข้าวได้มีการสำรวจความต้องการของเกษตรกรว่ามีความต้องการเมล็ดพันธุ์ชนิดใด ซึ่งได้มีการจัดเตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับพี่น้องเกษตรกรไว้ ในโครงการสำรองเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ ที่มีเมล็ดพันธุ์ข้าวหลากหลายสายพันธุ์สามารถปลูกได้ในฤดูนาปรังและนาปีถัดไป อีกทั้งกรมการข้าวมีหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือสนับสนุน คือ การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว 15 กก. ต่อไร่แต่ไม่เกิน 10 ไร่ต่อคน สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกในฤดูนาปรังและนาปี คนละ 1 ครั้ง