กรมการข้าวรับมอบอุปกรณ์วัดระดับน้ำในนาข้าวจากกรมชลฯ ช่วยลดโลกร้อนและการใช้น้ำ

DSC 2979  กรมการข้าวรับมอบอุปกรณ์วัดระดับน้ำในนาข้าวจากกรมชลฯ ช่วยลดโลกร้อนและการใช้น้ำ

 

กรมการข้าวรับมอบอุปกรณ์วัดระดับน้ำในนาข้าวจากกรมชลฯ ช่วยลดโลกร้อนและการใช้น้ำ

DSC 2979

DSC 2989  DSC 2898

วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 นางสาวนนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว รับผิดชอบกำกับดูแล กองวิจัยและพัฒนาข้าว มาเป็นผู้แทนกรมการข้าว รับมอบอุปกรณ์วัดระดับน้ำในนาข้าวด้วยระบบเซ็นเซอร์ โดยกรมการข้าวร่วมมือกับกรมชลประทานภายใต้โครงการการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง ณ ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี

กรมการข้าวได้รับความ อนุเคราะห์จากกรมชลประทานที่พัฒนาอุปกรณ์วัดน้ำในนาข้าวด้วยระบบเซ็นเซอร์มอบให้กับกรมการข้าวโดยศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี จำนวน 2 เครื่อง เพื่อใช้ในโครงการ “การจัดน้ำแบบเปียกสลับแห้ง” พร้อมสาธิตการใช้งานให้กับนักวิจัยของกรมการข้าว และกลุ่มเกษตรกรที่สนใจ เพื่อใช้เป็นต้นแบบการนำเทคโนโลยีเกษตร แบบแม่นยำ มาช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้เกษตรกรไทย

ภายใต้โครงการฯ การข้าวได้มีงานวิจัยร่วมกับกรมชลประทานในเรื่องการการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งเพื่อลดปริมาณการใช้น้ำลงได้ และลดการปล่อยก๊าซมีเทนด้วยโดยกรมชลประทานให้ความอนุเคราะห์ในด้านของการวัดปริมาณน้ำ การบริหารจัดการน้ำ เริ่มตั้งแต่วัดปริมาณน้ำด้วยการใช้แรงงาน วัดปริมาณน้ำด้วยการคำนวณ วัดปริมาณน้ำด้วยการใช้อุปกรณ์อย่างง่าย จนปัจจุบัน ได้พัฒนาอุปกรณ์วัดระดับน้ำในนาข้าวด้วยระบบเซ็นเซอร์ทำให้การควบคุมการให้น้ำระบบนี้ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเป็นการนำเทคโนโลยีเกษตรแบบแม่นยำมาช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้เกษตรกรไทยให้เป็นผู้นำในตลาดโลกต่อไป

การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งในนาข้าว สามารถลดปริมาณการใช้น้ำลงได้ 15-30% ลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ก๊าซมีเทน) ลงได้ร้อยละ 41 และมีต้นทุนการผลิตต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับการจัดการน้ำแบบให้น้ำท่วมขังตลอดฤดู ซึ่งในช่วงฤดูแล้งมักจะประสบปัญหาปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตร ดังนั้นการให้น้ำแบบขังน้ำในแปลงนา ส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคเกษตรกรรมชนิดอื่น รวมทั้งการอุปโภคและบริโภค   เนื่องจากปริมาณต้นทุนน้ำไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้ในการอุปโภคและบริโภค เพื่อให้การใช้น้ำสำหรับการผลิตข้าวมีประสิทธิภาพสูงสุด ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี จึงได้ศึกษาวิจัยการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งนาข้าวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ลดปริมาณการใช้น้ำและลดปริมาณการปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นปัญหาทำให้เกิดโลกร้อน วิธีการ คือ หลังจากหว่านข้าว ระบายน้ำในนาให้แห้งเพื่อให้เมล็ดข้าวงอกสม่ำเสมอ จากนั้นให้น้ำที่ระดับครึ่งต้นข้าวจนถึงข้าวอายุ 20-25 วัน จึงหว่านปุ๋ยครั้งที่ 1 จากนั้น ปล่อยให้น้ำแห้งไปตามธรรมชาติ จนระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 15 เซนติเมตรต่ำจากผิวดิน จึงเติมน้ำอีกครั้งที่ระดับ 5 เซนติเมตรเหนือระดับผิวดิน ทำสลับกันไปเรื่อยๆ จนถึงระยะกำเนิดช่อดอกของข้าวจึงให้น้ำขังนาไปถึงก่อนการเก็บเกี่ยว 10 วัน จึงปล่อยแปลงนาให้แห้งเพื่อให้ข้าวสุกแก่สม่ำเสมอและง่ายต่อการเก็บเกี่ยว ซึ่งวิธีการนี้จะสามารลดปริมาณการใช้น้ำลงได้ และลดการปล่อยก๊าซมีเทนด้วย แต่การจัดการอาจจะยังไม่สะดวกสำหรับการปฏิบัติของเกษตรกร