กรมการข้าว นำทัพสื่อมวลชนสัญจร เยี่ยมชมพื้นที่นาแปลงใหญ่ จ.นครสวรรค์

DSC 5787

กรมการข้าว นำทัพสื่อมวลชนสัญจร เยี่ยมชมพื้นที่นาแปลงใหญ่ จ.นครสวรรค์

DSC 5548 DSC 5598

DSC 5557 DSC 5772

          วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว มอบหมายให้
นายทรรศนะ ลาภรวย ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการข้าว นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ศึกษาดูงาน และทำข่าวประชาสัมพันธ์ การดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ พร้อมทั้งติดตามผลและรับฟังปัญหาอุปสรรคของศูนย์ โดยมีนายสิทธิชัย ม่วงงาม ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์  นางสาวสมจิตร โพธิวิจิตร ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านห้วยน้ำหอม และคณะให้การต้อนรับ ณ กลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านห้วยน้ำหอม ตำบลห้วยน้ำหอม อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์

            ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านห้วยน้ำหอม เปิดเผยว่า กลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านห้วยน้ำหอม หมู่ 5 ตำบลห้วยน้ำหอม อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ สมาชิกปัจจุบัน169 ราย จำนวนพื้นที่ 4,984 ไร่ มีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ กข 41, พันธุ์ พิษณุโลก2 ชัยนาท 1,ขาวดอกมะลิ 105 และการผลิตข้าวเพื่อการแปรรูป พันธุ์ชัยนาท1 พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 จากเดิมเกษตรกรตำบลห้วยน้ำหอมส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาข้าวเป็นอาชีพหลัก เมล็ดพันธุ์ที่ใช้ทำพันธ์ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ข้าวของทางราชการ บางส่วนใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นเมือง การใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ไม่มีการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ใหม่ เกษตรกรส่วนใหญ่เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เองต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายฤดู ทำให้เมล็ดข้าวขาดคุณภาพและผลผลิตลดลง และใช้ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น มีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้นได้  เนื่องจากพันธุ์ข้าวที่ใช้ปลูกเสื่อมคุณภาพ ซึ่งแต่ก่อนนั้นเกษตรกรมีการทำนา 3 ครั้งต่อปี เพราะคิดว่าน่าจะได้ผลผลิตข้าวในรอบปีมากกว่าการทำนาปีละ 2 ครั้ง ซึ่งขาดการพักดินหรือการเตรียมดินให้เหมาะสม รวมถึงการปลูกข้าวไม่ตรงตามช่วงเวลาที่เหมาะสม จึงส่งผลให้บางฤดูประสบปัญหาโรคแมลง ความเสื่อมถอยของศักยภาพการให้ผลผลิตของดินและพันธุ์ข้าวที่มีการปลูกอย่างต่อเนื่อง

            กลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านห้วยน้ำหอม ได้มีการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวและช่วงการปลูกข้าว เปลี่ยนจากหว่านน้ำตมเป็นวิธีการหยอดข้าวแห้ง และเปลี่ยนจากการทำนา 3 ครั้งต่อปี เป็น 2 ครั้งต่อปี ซึ่งแต่ก่อนเกษตรกรในกลุ่มนาแปลงใหญ่ตำบลห้วยน้ำหอมเคยปลูกข้าวนาปรัง 2 ครั้ง และนาปี 1 ครั้ง จึงทำให้ข้าวขาวดอกมะลิ 105  เลื่อนไปปลูกในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งข้าวขาวดอกมะลิ105 เป็นข้าวฤดูนาปี ที่มีความต้องการช่วงแสงต่อวันสั้นในช่วงเดือนตุลาคม เพื่อการออกดอก เมื่อปลูกช้าจึงส่งผลให้ข้าวออกรวงก่อนที่ต้นข้าวจะสมบูรณ์ จึงทำให้ได้ผลผลิตข้าวต่อไร่ต่ำ เพียง 350 กิโลกรัม/ไร่ และคุณภาพของเมล็ดข้าวต่ำ เมื่อนำมาแปรรูปเป็นข้าวสาร จากข้าวเปลือก 1 ตัน ได้ข้าวสารเต็มเมล็ดเพียง 400 กิโลกรัม ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวและเว้นช่วงการทำนา โดยข้าวขาวดอกมะลิ105  ปลูกประมาณปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎคม ผลผลิตที่ได้จึงสูงขึ้นจากเดิมที่เคยได้ 350 กิโลกรัม/ไร่ เพิ่มขึ้นเป็น 714 กิโลกรัม/ไร่ และคุณภาพการสีดีขึ้น เมื่อนำมาแปรรูปเป็นข้าวสาร จากข้าวเปลือก 1 ตัน ได้ข้าวสารเต็มเมล็ดสูงถึง 550 กิโลกรัม จากการจดบันทึกต้นทุนเปรียบเทียบการปฏิบัติของสมาชิกก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ รวมไปถึงเกษตรกรนอกโครงการ โดยจะแบ่งตามชนิดข้าวซึ่งจะมีข้าวขาวดอกมะลิ 105 และ ข้าวขาวทั่วไป

            กรมการข้าวได้เข้ามาส่งเสริมโดยการจัดเวทีชุมชน ให้ความรู้ในการทำนาที่เหมาะสมกับสภาพพื้นดิน สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีสู่ชุมชน และได้พัฒนาไปผลิตข้าวที่มีคุณภาพนำไปแปรรูปจำหน่ายให้เกษตรกรในพื้นที่ รวมไปจนถึงการจำหน่ายให้กับเกษตรกรผู้ที่ต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ลดปัญหาพันธุ์ปน เพื่อพัฒนาด้านการผลิตของเกษตรกรให้สามารถลดต้นทุนในการผลิต และเพิ่มศักยภาพการผลิตและมีอำนาจต่อรองในด้านการตลาด

DSC 5587 DSC 5590