ข้าวนุ่มสอดคล้องกับยุคโควิด ตลาดส่งออกต้องการสูง ตอบโจทย์นโยบายรัฐมนตรีเฉลิมชัย

DSC 3210 .5 ข้าวนุ่มสอดคล้องกับยุคโควิด ตลาดส่งออกต้องการสูง ตอบโจทย์นโยบายรัฐมนตรีเฉลิมชัย

 

ข้าวนุ่มสอดคล้องกับยุคโควิด ตลาดส่งออกต้องการสูง ตอบโจทย์นโยบายรัฐมนตรีเฉลิมชัย

DSC 00107

DSC 00103  DSC 3210 .5 DSC 3227 .5

นายโอวาท ยิ่งลาภ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการผลิตข้าว ในฐานะรองโฆษกกรมการข้าว
เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ที่มีนโยบายให้เกษตรกรปลูกข้าวและมีตลาดรองรับอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวพื้นนุ่มซึ่งมี
ความต้องการของตลาดต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยได้มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกำกับดูแลกรมการข้าวดำเนินการส่งเสริมการปลูกข้าวนุ่มให้เพิ่มมากขึ้น

แนวทางการส่งเสริมการปลูกข้าวพื้นนุ่ม ปัจจุบันมีผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสนใจเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพกันเป็นจำนวนมาก สังเกตได้จากกลุ่มธุรกิจร้านอาหารจากธรรมชาติและอาหารออร์แกนิก ประเภท Whole Market ที่ประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจเป็นอย่างมาก ซึ่งบ่งบอกถึงศักยภาพของธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพและกำลังซื้อของผู้บริโภคในกลุ่มดังกล่าวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่าแนวโน้มของผลิตภัณฑ์สุขภาพในประเทศไทยจะยิ่งเติบโตมากขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวพื้นนุ่มบางพันธุ์ กรมการข้าวจึงได้ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดลทำการศึกษาวิจัยข้าวที่มีคุณสมบัติเฉพาะโดยพบว่า ข้าวขัดขาวพันธุ์ กข43 มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าข้าวขาวดอกมะลิ 105 ประมาณ ร้อยละ 20 - 30 ในการทดลองในระดับห้องปฏิบัติการ และประมาณร้อยละ 15 - 20 ในการทดลองในร่างกายมนุษย์ หรือมีค่าดัชนีน้ำตาลใกล้เคียงกับกลุ่มข้าวที่มีอมิโลสปานกลางแต่คุณภาพการหุงต้มดี เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค จึงเหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการดูแลสุขภาพที่ไม่ชอบทานข้าวกล้อง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้ป่วยโรคไต ที่มีข้อจำกัดในการรับประทานข้าวกล้อง ด้วยข้าวกล้องมีปริมาณโปรตีนที่ส่งผลให้ไตของผู้ป่วยดังกล่าวทำงานหนักขึ้น เนื่องจากไตต้องกรองและดูดซึมโปรตีนกลับสู่ร่างกายมากขึ้น

นายโอวาท กล่าวต่อไปว่า จุดเด่นของข้าวพันธุ์ กข43 คือ เป็นข้าวที่ไม่ไวต่อช่วงแสง ต้านทานโรคไหม้ คุณภาพการสีดี สามารถนำมาทำเป็นข้าวขาว 100% ได้ เมื่อหุงต้มจะมีลักษณะนุ่ม มีกลิ่นหอม อายุการเก็บเกี่ยว 95 วัน โดยวิธีหว่านน้ำตม หรือ 105 วัน โดยวิธีปักดำ ผลผลิตเฉลี่ย 560 กิโลกรัม/ไร่ ข้าวพันธุ์ กข43 ยังถือเป็นข้าวทางเลือกให้เกษตรกร ในการปลูกข้าวเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงจากน้ำท่วมได้อีกด้วย

"สำหรับกลุ่มข้าวเจ้าพื้นนุ่มนับเป็นข้าวที่ประเทศไทยส่งออกน้อย หรือยังไม่มีการส่งออกเลย
พันธุ์ข้าวโดยกลุ่มข้าวเจ้าพื้นนุ่มได้แก่ กข21 กข39 กข45 กข59 กข77 พิษณุโลก 60-1 และ กข79 เป็นต้น ซึ่งตลาดส่งออกยังมีความต้องการข้าวเจ้าพื้นนุ่มอีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นกรมการข้าวจึงได้เร่งรัดดำเนินงานส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวพื้นนุ่มเพื่อเป็นทางเลือกในการเพาะปลูกให้กว้างขวางขึ้นโดยมีเป้าหมายที่จะดำเนินการปลูกข้าวพื้นนุ่มในช่วงฤดูกาลปลูกข้าวนาปี ปี 2563/2564 รอบที่ 1 จำนวน 2 ล้านไร่ โดยจะจัดทำโครงการพัฒนาและส่งเสริมการเกษตร ปี 2563 เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกข้าวพื้นนุ่ม จำนวน 50
,000ไร่ และโครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ประมาณ 10,000 ไร่ นอกจากนั้นยังมีเกษตรกร ซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นนุ่มไปเพาะปลูกประมาณ 130,000 ไร่ รวมเป็นพื้นที่ประมาณ 200,000 ไร่ ซึ่งจะเป็นพื้นที่นำร่องในการผลิตข้าวนุ่มเชื่อมโยงกับภาคการตลาด นายโอวาท กล่าว