"กรมการข้าว" หนุนฟื้นฟู ส่งเสริมชาวบ้านและโรงเรียนปลูกข้าวอินทรีย์ที่เหมาะสมกับพื้นที่น้ำเค็ม พร้อมแนะปลูกพืชสร้างแหล่งอาหารหลังสึนามิ ทำลายพื้นที่การเกษตร

0090  "กรมการข้าว" หนุนฟื้นฟู ส่งเสริมชาวบ้านและโรงเรียนปลูกข้าวอินทรีย์ที่เหมาะสมกับพื้นที่น้ำเค็ม พร้อมแนะปลูกพืชสร้างแหล่งอาหารหลังสึนามิ ทำลายพื้นที่การเกษตร

0090

0046  0048 

"กรมการข้าว" หนุนฟื้นฟู ส่งเสริมชาวบ้านและโรงเรียนปลูกข้าวอินทรีย์ที่เหมาะสมกับพื้นที่น้ำเค็ม พร้อมแนะปลูกพืชสร้างแหล่งอาหารหลังสึนามิ ทำลายพื้นที่การเกษตร

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563 นางสาวนนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยนายโอวาท ยิ่งลาภ ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการพระราชดำริ นางจำเนียร เจียมสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรและครูนักเรียน ที่โรงเรียนเพียงหลวง 4 เกาะสุไหงมูโซ๊ะ จ.สตูล

นางสาวนนทิชา ได้กล่าวว่า กรมการข้าวได้เข้ามาส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์ เพื่อสร้างเป็นแหล่งอาหารให้กับประขาชนและเด็กนักเรียนในพื้นที่ ซึ่งโรงเรียนเพียงหลวงเป็นโรงเรียน "ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี" เกิดขึ้นเนื่องจากพระองค์ได้ทรงเป็นห่วงชีวิตความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ และครู ในโรงเรียน ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร ตามแนวชายแดนทั่วทุกภาคของประเทศ  และทรงห่วงใยต่อปัญหาการศึกษาที่เหลื่อมล้ำและการขาดโอกาสของเด็ก ๆ  จึงมีพระดำริที่จะ ให้การช่วยเหลือเด็ก ๆ และโรงเรียนเหล่านั้นไว้เป็นโรงเรียนในพระอุปถัมภ์ฯ  ซึ่งได้กระจายอยู่ทั่วประเทศ รวม 18 แห่ง และหนึ่งในนั้น คือโรงเรียนเพียงหลวง 4 บนเกาะสุไหงมูโซ๊ะ อ.ละงู จ.สตูล 

โรงเรียนเพียงหลวง 4 ฯ เดิมชื่อโรงเรียนสุไหงมูโซ๊ะ ตั้งอยู่ หมู่ที่ 5 ตำบลแหลมสน อำเภอละงู จังหวัดสตูล ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2494 เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกลจากความเจริญ  เมื่อปี พ.ศ.2547 ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ เนื่องจากโรงเรียนอยู่บนเกาะกลางทะเล ส่งผลให้ชุมชนและโรงเรียนสุไหงมูโซ๊ะ (ชื่อเดิม) รวมถึงบ้านเรือนประชาชน ระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ  ได้รับความเสียหาย และเกิดน้ำเค็มรุกพื้นที่กสิกรรม ประชาชนไม่สามารถทำการเกษตร ได้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยปลูกข้าวก็ไม่สามารถปลูกข้าวได้เนื่องจากน้ำทะเลชัดเข้ามาทำลายพื้นที่ปลูกข้าวชั้นในของเกาะทำให้นาข้าวที่เคยมีไม่สามารถปลูกข้าวได้หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ทางจังหวัดสตูล ได้เข้ามาสำรวจพื้นที่และพบว่าโรงเรียนแห่งนี้อยู่ห่างไกลความเจริญ เส้นทางคมนาคมไม่สะดวก การติดต่อการประสานงานระหว่างอำเภอและจังหวัดเป็นไปด้วยความยากลำบาก ขาดอุปกรณ์การเรียน ขาดครูสอนหนังสือ  จึงได้เสนอชื่อโรงเรียนบ้านสุไหงมูโซ๊ะแห่งนี้ เป็นโรงเรียนในพระอุปถัมภ์ ของทูลกระหม่อมหญิงฯ และเมื่อปี พ.ศ. 2553 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ทรงรับโรงเรียนนี้ไว้ในพระอุปถัมภ์และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนเพียงหลวง 4   ทำให้เด็กนักเรียนทุกคน ได้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา สำหรับการเดินทางเข้าสู่โรงเรียนเพียงหลวง 4 บ้านสุไหงมูโซ๊ะ  สามารถเข้าไปได้เพียงทางเรือเท่านั้น เพราะที่นี่เป็นเกาะที่ไม่มีถนนสัญจร ในแต่ละวันจะมีครูจากบนฝั่ง นั่งเรือหางยาวเข้าสู่เกาะ แล้วนั่งรถพ่วงข้างต่อเข้าไปยังโรงเรียนเพื่อสอนหนังสือ ทั้งนี้โรงเรียนเพียงหลวง 4 ได้รับความช่วยเหลือและการส่งเสริม จากหน่วยงานจากภายนอก เข้ามาช่วยเหลือตลอด

ทั้งนี้ "กรมการข้าว" ได้รับทราบถึงปัญหาน้ำเค็มทะลักเข้ามา หลังจากเหตุการณ์สึนามิเกิดขึ้น จึงทำการสำรวจและพบว่าบนเกาะในอดีตมีนามากกว่า 100 ไร่ ปัจจุบันเหลือ 66 ไร่ ที่ยังสามารถเพาะปลูกข้าวได้รวมถึงบ้านเรือนประชาชน ระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ  ได้รับความเสียหาย และเกิดน้ำเค็มรุกพื้นที่กสิกรรม ประชาชนไม่สามารถทำการเกษตร ได้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยปลูกข้าวก็ไม่สามารถปลูกข้าวได้เนื่องจากน้ำทะเลชัดเข้ามาทำลายพื้นที่ปลูกข้าวชั้นในของเกาะทำให้นาข้าวที่เคยมีไม่สามารถปลูกข้าวได้หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว และนอกจากนี้ทางโรงเรียนได้เช่าพื้นที่ทำนาจากชาวบ้าน จำนวน 2 ไร่ เพื่อสอนให้นักเรียนทำนาด้วย แต่เกิดปัญหาอุปสรรค คือ โรงเรียนไม่มีอุปกรณ์การทำนา เช่น รถไถ รถเก็บเกี่ยวข้าว รวมถึงปัญหาที่ชาวบ้านไม่ได้ร่วมทำนาด้วย ทำให้มีแมลง ศัตรูพืช  มากัดกินต้นข้าวของทางโรงเรียน ซึ่งทำให้ได้รับผลผลิตน้อย ไม่คุ้มค่ากับต้นทุนที่เสียไป และทางโรงเรียนมีงบประมาณไม่เพียงพอ ตลอดจน พันธุ์ข้าวที่ปลูก ไม่เหมาะกับสภาพดินของที่นา จึงทำให้ข้าวไม่เจริญเติบโตเต็มที่ จากปัญหาที่เกิดขึ้น"กรมการข้าว" โดยกองประสานงานโครงการพระราชดำริ ในปี 63 ได้มีแผนขยายผลให้ผู้ปกครองนักเรียนได้รวมกันปลูกข้าวแบบยั่งยืน ในพื้นที่นาร้างของชุมชนในเกาะ เนื้อที่เกือบร้อยกว่าไร่ โดยมอบหมายให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง เข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนองค์ความรู้และให้คำแนะนำในการปลูกข้าวโดยได้ดำเนินการเข้ามาส่งเสริมสนับสนุนเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ข้าว  เผยแพร่องค์ความรู้แก่ประชาชนด้านข้าว หาพันธ์ุข้าวที่เหมาะสม ให้ประชาชนบนเกาะได้มีแหล่งอาหารที่สมบูรณ์  ผ่านโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์ และ โครงการสร้างเสริมการสร้างแหล่งอาหารให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนอีกด้วยเช่นกัน

จากปัญหาที่เกิดขึ้น "กรมการข้าว" โดยกองประสานงานโครงการพระราชดำริ ในปี 63 ได้มีแผนขยายผลให้ผู้ปกครองนักเรียนได้รวมกันปลูกข้าวแบบยั่งยืน ในพื้นที่นาร้างของชุมชนในเกาะ เนื้อที่เกือบร้อยไร่ โดยมอบหมายให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง เข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนองค์ความรู้และให้คำแนะนำในการปลูกข้าวโดยได้ดำเนินการเข้ามาส่งเสริมสนับสนุนเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ข้าว  เผยแพร่องค์ความรู้แก่ประชาชนด้านข้าวหาพันธ์ุข้าวที่เหมาะสม ให้ประชาชนบนเกาะได้มีแหล่งอาหารที่สมบูรณ์  ผ่านโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์ และ โครงการสร้างเสริมการสร้างแหล่งอาหารให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนอีกด้วยเช่นกัน

0072  0067

0053

นายสร้างสรรค์ ดีรื่น นายช่างภาพชำนาญงาน
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมการข้าว : รายงาน