กรมการข้าวเกาะติดสถานการณ์โรคไหม้คอรวง บุกพื้นที่เก็บข้อมูลจริงในแปลงพร้อมให้กำลังใจชาวนา

1342 กรมการข้าวเกาะติดสถานการณ์โรคไหม้คอรวง บุกพื้นที่เก็บข้อมูลจริงในแปลงพร้อมให้กำลังใจชาวนา

 

1351  1363

 

กรมการข้าวเกาะติดสถานการณ์โรคไหม้คอรวง
บุกพื้นที่เก็บข้อมูลจริงในแปลงพร้อมให้กำลังใจชาวนา

 

       เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 นางสาวนนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว เดินทางลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์การผลิตข้าวและผลกระทบจากภัยพิบัติโรคไหม้คอรวง โดยมีผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวและผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ ทั้งนี้ได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าสถานการณ์โรคไหม้คอรวงจากนายธานี ชื่นบาน รักษาการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ ว่า ในปีนี้สถานการณ์การระบาดของโรคไหม้คอรวงมีความรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่ปลูกข้าวรวม 3.05 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าวหอมมะลิ 3.01 ล้านไร่ ข้าวเหนียว 3.84 หมื่นไร่ และข้าวอื่น ๆ 9 พันไร่ คาดว่าจะได้ผลผลิตโดยรวมประมาณ 0.96 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อนที่ได้ผลผลิต 1 ล้านตัน โดยข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นข้าวที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคไหม้คอรวงมากสุดคาดว่าจะได้ผลผลิต 0.88 ล้านตัน ลดลงร้อยละ4 ส่วนข้าวเหนียว และข้าวอื่นๆ ได้ผลผลิต 1 หมื่นตัน และ 4 พันตันตามลำดับ

        ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ปี 2562 มีพื้นที่ปลูกข้าว 3.09 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2561 จำนวน 5 หมื่นไร่ แบ่งเป็นข้าวหอมมะลิ 3.08 ล้านไร่ ที่เหลือเป็นข้าวเหนียว และข้าวอื่นๆ คาดว่าจะได้ผลผลิตรวมทั้งสิ้น 0.95 ล้านตัน ลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะได้ผลผลิตรวม 1.04 ล้านตัน โดยข้าวหอมมะลิ คาดว่าจะได้ผลผลิตรวม 0.91 ล้านตันจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ว่ามีผลผลิตประมาณ 1 ล้านตัน ลดลง 10% ส่วนข้าวเหนียว และข้าวอื่นๆ ได้ผลผลิต 3 ร้อยตัน และ 2 พันตันตามลำดับ

        นางสาวนนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมแปลงนาของนายศรีศักดิ์ ยอดใจ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ ต.ขะยูง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นแปลงที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคไหม้คอรวง ว่า จากการมองดูด้วยตาเปล่าเห็นค่อนข้างชัดเจนว่าแปลงนาข้าวได้รับความเสียหายจากโรคไหม้คอรวงอย่างมาก อีกทั้งยังมีเมล็ดลีบไม่สมบูรณ์ค่อนข้างมาก และจากการพูดคุยกับเกษตรกรแปลงข้างเคียงที่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วพบว่าผลผลิตลดลงกว่าครึ่งจากปีก่อน โดยได้ผลผลิต 13 กระสอบ/ไร่ จากเดิมได้ 23 กระสอบ/ไร่ (1 กระสอบประมาณ 35 กิโลกรัม) สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือนั้นเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยเมื่อจังหวัดได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้วจะเร่งดำเนินการสำรวจและให้การช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป

        อย่างไรก็ตามในโอกาสนี้ได้พบปะสมาชิกกลุ่มนาแปลงใหญ่ ต.เกาะแก้ว อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยมีเกษตรตำบลเกาะแก้ว และนายเกียรติ อาจภักดี ประธานนาแปลงใหญ่พร้อมสมาชิกร่วมให้การต้อนรับและนำตรวจสถานการณ์โรคไหม้คอรวงในแปลงนาด้วย

1311  1315

1326

1332  1363