พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญสนับสนุน การผลิตข้าวอินทรีย์ แบบแปลงใหญ่ ณ จังหวัดศรีสะเกษ

DSC 6679 hพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญสนับสนุน การผลิตข้าวอินทรีย์ แบบแปลงใหญ่ ณ จังหวัดศรีสะเกษ

พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญสนับสนุนการผลิตข้าวอินทรีย์ แบบแปลงใหญ่ ณ จังหวัดศรีสะเกษ

24.02.60 s

            เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานแปลงใหญ่ พร้อมมอบเงินสนับสนุนสินเชื่อโครงการเกษตรแปลงใหญ่ให้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่บริหารจัดการแปลงใหญ่ จำนวน 5 กลุ่ม รวมเป็นเงิน 45 ล้านบาท และรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินการแปลงใหญ่ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษของเกษตรกรสมาชิก ณ วิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวอินทรีย์บ้านอุ่มแสง ตำบลดู่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ   

            โดยมีพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  พร้อมด้วยข้าราชการผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เดินทางลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานในครั้งนี้ 

 ในการนี้ นายกฤษณพงศ์  ศรีพงษ์พันธุ์กุล  รองอธิบดีกรมการข้าว เป็นผู้แทนกรมการข้าว เดินทางเข้าร่วมงานส่งเสริมการเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ข้าว กิจกรรม “ส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์” (ในนามประชารัฐ)

 สำหรับพื้นที่แปลงใหญ่ข้าว เกษตรสมัยใหม่ตำบลดู่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ มีนายบุญมี สุระโคตร เป็นประธานกลุ่มแปลงใหญ่ข้าว .... กลุ่มแปลงใหญ่ข้าว มีสามชิกจำนวน 1,258 ครัวเรือน พื้นที่ปลูกข้าวอินทรีย์ 20,716 ไร่ (ข้าวหอมมะลิ 20,077 ไร่, ข้าวไรซ์เบอร์รี่ 539 ไร่, ข้าวมะลินิล 63 ไร่, ข้าวมะลิแดง 37 ไร่) มีคณะกรรมการกลาง เป็นผู้กำหนดทิศทางการผลิตและการจัดการตลาด และมีคณะกรรมการกลุ่มย่อยอีก 5 กลุ่ม นำแนวทางดังกล่าวไปวางแผนการผลิตในกลุ่มของตนเอง ซึ่งสมาชิกรายย่อยแล่ละกลุ่มจะมีการวางแผนร่วมกัน การผลิตตามชนิดพันธุ์และมาตรฐานการตรวจรับรองคุณภาพที่ตนเองได้รับ และคณะกรรมการกลุ่มจะรวบรวมผลผลิตของสมาชิกในการจัดจำหน่ายให้แก่คณะกรรมการกลางกลุ่มแปลงใหญ่ ภายใต้ชื่อ “วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง”  จะได้นำมาแปรรูปและจัดจำหน่ายในตราสินค้าชื่อ “ลุงบุญมี” ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากลทั้ง IFAOM, EU, NOP, Fair Trade และมีสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศกว่า 80% มีการสั่งซื้อแบบ Pre-Order กับตลาดยุโรปเป็นตลาดหลัก และอีก 20% เป็นการขายในประเทศในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ข้าวอินทรีย์แปรรูป จมูกข้าวกล้องงอกพร้อมดื่ม ขนมที่ทำจากการรวมกันผลิตในลักษณะแปลงใหญ่ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านรายได้ที่ทำให้เกษตรกรได้รับมูลค่าเพิ่มจากการลดต้นทุน, เพิ่มผลผลิต และการพัฒนาคุณภาพจนได้มาตรฐานอินทรีย์รวมมูลค่า 48.7 ล้านบาทต่อฤดูกาลผลิต หรือประมาณ 38,738 บาท/ครัวเรือน ทั้งนี้กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ยังมีการใช้พื้นที่การเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านการทำกิจกรรมผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ การเพาะปลูกถั่วเหลืองอินทรีย์หลังนา เพื่อปรับปรุงดิน ให้เกิดการทำเกษตรอย่างยั่งยืน และมีรายได้เสริมในช่วงฤดูแล้ง

นอกจากนี้ในพื้นที่แปลงใหญ่ข้าวเกษตรสมัยใหม่ อำเภอราษีไศล  ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ที่สมาชิกแปลงใหญ่ ได้เข้ามาเรียนรู้แนวทางปฏิบัติจาก   “ลุงบุญมี สุระโคตร” ซึ่งเป็นเกษตรต้นแบบที่จากเดิมผลิตข้าวที่ใช้สารเคมีและใช้ต้นทุนสูง จนเกิดสภาพแวดล้อมเป็นพิษ และได้ปรับเปลี่ยนมาทำการเกษตรแบบอินทรีย์ มีการเรียนรู้ จนปัจจุบันสามารถถ่ายทอดให้สมาชิกแปลงใหญ่และเกษตรกรที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้

รัฐบาลได้มีแนวการจัดการภาคการเกษตรโดยใช้แนวนโยบายที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มการผลิตในรูปแบบแปลงใหญ่ และใช้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.)เป็นศูนย์ของเกษ๖รกรต้นแบบที่สามารถให้ความรู้ในเชิงวิชาการเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการบริหารจัดการร่วมกัน ตั้งแต่การผลิตจนถึงการตลาด สามารถลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตมีการบริหารจัดการที่ดี ภายใต้การสนับสนุนและบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นต้น

ทั้งนี้ การสนับสนุนทั้งด้านความรู้โดยการใช้งานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี และการบริหารจัดการ เข้าไปช่วยพัฒนาเพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในด้านต่าง ๆ รวมทั้งยกระดับมาตรฐานและเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตร ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย

นายสร้างสรรค์  ดีรื่น นายช่างภาพชำนาญงาน 

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมการข้าว : รายงาน