กรมการข้าวเสริมความรู้ให้เจ้าหน้าที่และชาวนา ก้าวหนีปัญหาสู่เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ (Smart Rice)

001 3 กรมการข้าวเสริมความรู้ให้เจ้าหน้าที่และชาวนา ก้าวหนีปัญหาสู่เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ (Smart Rice)

001 3

001 1  001 2 

 

กรมการข้าวเสริมความรู้ให้เจ้าหน้าที่และชาวนา ก้าวหนีปัญหาสู่เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ (Smart Rice)

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2562 นายประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าว ได้มอบหมายให้นางสาวนนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ (Smart Rice) ณ โรงแรมซันทารา เวลเนส รีสอร์ท แอนด์ โฮเต็ล อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งจัดขึ้นโดยกองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว ผู้เข้าร่วมสัมมนาและฝึกอบรมครั้งนี้ประมาณ 161 คน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กรมการข้าวและเกษตรกร ทั้งนี้กรมการข้าวคาดหวังว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะสามารถนำชุดเทคโนโลยีการใช้เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ในการผลิตข้าวอัจฉริยะไปใช้งานหรือปรับปรุงและพัฒนาให้มีสมรรถนะและมีประสิทธิภาพที่เหมาะสมกับพื้นที่การผลิตข้าวในปัจจุบันและอนาคตที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น และเกษตรกรสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปทำงานในพื้นที่ของตนเองเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิต ลดการสูญเสียและยกระดับคุณภาพผลผลิตข้าวให้สูงขึ้น

          นางสาวนนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา ว่า ปัจจุบันนี้สถานการณ์ภาคการเกษตรของไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมากจากปัจจัยสำคัญทางด้านอายุของเกษตรกร ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก โดยเฉพาะอุณหภูมิที่สูงขึ้น ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดการระบาดของโรคและแมลง ส่งผลให้การผลิตในการภาคเกษตรมีต้นทุนสูง รายได้ลดลง ไม่คุ้มค่าต่อการทำนา ดังนั้นการพัฒนาการผลิตภาคเกษตรจึงมีความจำเป็นที่ต้องนำเทคโนโลยีอันทันสมัยโดยเฉพาะเครื่องจักรกลการเกษตรมาใช้มากขึ้นตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะปลูก ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดการสูญเสีย สุดท้ายเกษตรกรมีความยั่งยืนในอาชีพ และมีรายได้ที่มั่นคง

          การพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะนี้ กรมการข้าวได้ดำเนินการนำร่องในปีนี้ 5 แห่ง ประกอบด้วย การดำเนินงานในพื้นที่ศูนย์วิจัยข้าว 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าวฉะเชิงเทรา ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ และดำเนินการในพื้นที่แปลงนาของเกษตรกร 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก โดยมีพื้นที่ดำเนินการแห่งละ 20 ไร่ รวม 100 ไร่

          ด้านนายสถาพร ตัมพวิสิฎฐ์ ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาข้าว กล่าวว่า การทำนาของเกษตรกรในปัจจุบันมีการนำเครื่องจักรกลเกษตรและเครื่องมือทุ่นแรงเข้ามาทำงานมากขึ้นในทุกขั้นตอนการผลิตเพื่อทดแทนแรงงานที่จะต้องจ้าง เพื่อย่นระยะเวลาการทำนาให้เสร็จเร็วขึ้น เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์น้ำของระบบชลประทาน และเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้