กรมการข้าว ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม-ติดตามการดำเนินงานจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ของศูนย์วิจัย – ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ยกเป็นต้นแบบให้ชัดเจน

h 001กรมการข้าว ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม-ติดตามการดำเนินงานจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ของศูนย์วิจัย – ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ยกเป็นต้นแบบให้ชัดเจน

กรมการข้าว ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม-ติดตามการดำเนินงานจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

ของศูนย์วิจัย – ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ยกเป็น ต้นแบบให้ชัดเจน

mm 30.01.60 s 

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560 นายกฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล รองอธิบดีกรมการข้าวพร้อมด้วย นายไชยวัฒน์  วัฒนไชย  ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการข้าว พร้อมคณะเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลพบุรี และศูนย์วิจัยข้าวลพบุรีในฐานะที่กำกับดูแลภารกิจของกองวิจัยข้าวและกองเมล็ดพันธุ์ข้าว ซึ่งมีบทบาทหน้าที่สำคัญ อาทิ การปรับปรุงพันธุ์ข้าว อารักขาข้าวป้องกันการระบาดของแมลงและศัตรูพืช เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม ตลอดจนผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้เพียงพอต่อความต้องการ เป็นต้น

พร้อมติดตามการทำงานของศูนย์วิจัยและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในปีงบประมาณ 2560 เพื่อรับฟังปัญหาและแนวทางพัฒนาร่วมกัน โดยมีการบรรยายแนวทางการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของ รมว.กษ. (แผนภาพเพื่อยกกระดาษ A4) กล่าวคือ ซักซ้อมเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันในนโยบายและยกระดับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้เหมาะสมตรงตามเจตนารมณ์ที่วางไว้ตามนโยบาย โดยจะมุ่งผลทำให้เกษตรกรเข้มแข็ง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยพัฒนาและใช้ประโยชน์พื้นที่เกษตรกรรมที่มีอยู่อย่างจำกัด ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ในการนี้ในที่ประชุมได้ให้ความสำคัญ และสอบถามถึงปัญหาและแนวทางพัฒนางานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสรุปพบว่า ปริมาณงานมีมากกว่าจำนวนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ และปัญหาความพร้อมของเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์เครื่องจักรกลที่ดี - มีคุณภาพ และการซ่อมบำรุง-รักษา (เครื่องจักรมีอายุสูงวัย เกินอายุการใช้งานที่เหมาะสม) ตลอดจนปัญหาสวัสดิการขั้นพื้นฐานต่าง ๆ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงเข้าพื้นที่เพื่อติดตามนโยบายเร่งด่วน ความสอดคล้องกับการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ในภารกิจเร่งด่วนตามนโยบายกับภารกิจหลักที่หน่วยงานในพื้นที่รับผิดชอบ และการพิจารณาความดีความชอบ โดยควรปรับตำแหน่งให้ตรงกับผลงานเด่นที่รับผิดชอบ (ในโลกความเป็นจริง)เชิงคุณภาพและประสิทธิผล เนื่องจากมักทำงานไม่ตรงกับภารกิจเร่งด่วน งานที่ทำจริง และมีผลต่อการประเมินผลงานในหน้าที่ความรับผิดชอบหลักโดยตรง(กรอบ ก.พ.กำหนด) เช่น เจ้าหน้าที่ธุรการมาทำหน้าที่การเงิน ซึ่งมีความสำคัญมากต่อการปฏิบัติงานในพื้นที่ การรายงานข่าวเชิงวิเคราะห์จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ในพื้นที่กับการประชาสัมพันธ์เชิงคุณภาพ เป็นต้น    

ในเบื้องต้นได้มีการหารือ อาจจำเป็นต้องปรับแผนงานให้มีการบูรณาการงานกันมากขึ้น โดยอาจรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นทีมคณะทำงาน (ข้าวเขต) หรือจัดเขตศักยภาพ ให้สอดรับกับพื้นที่จริง (สร้างทีมงานเจ้าหน้าที่)ให้ชัดเจนในแต่ละพื้นที่ ไม่ต่างคนต่างทำอย่างเคย... เมื่อพาณิชย์+เกษตรจะต้องทำงานมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับ ครู  หมอ ตำรวจ ทหาร และภาคเอกชน ร่วมกัน รวมเป็นหนึ่ง คือ ประชารัฐในยุคไทยแลนด์ 4.0 ทำให้ได้รู้จักและพูดคุยกันมากขึ้น หาข้อสรุปแนวทางการช่วยเหลือต่อไป ในรัฐบาลที่มีศักยภาพ ฟอร์มทีมก่อน (จะช้า เร็ว ก็ได้ใช้งานแน่นอนในยุครุ่งเรือง (ไทยแลนด์ 4.0) “ชาววิไล” มีน้อยแต่เปี่ยมด้วยศักยภาพ รวมใจเป็นหนึ่งเดียว Smart Officer ไปสู่ single command เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ตามรอยพ่อ... ประชารัฐ ถึงประชาชนชาวไทยถึงเกษตรกรไทยมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน   รู้พอประมาณ พอดีและดีพอในนามข้าราชการถวายงานแผ่นดิน เป็นจุดกำเนิดความภาคภูมิใจสูงสุดในนามไทยแลนด์ 4.0

นายสร้างสรรค์  ดีรื่น นายช่างภาพชำนาญงาน 

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมการข้าว : รายงาน