กรมการข้าวเข้าร่วมการจัดงานเกษตรปลอดการเผา Zero Burn โดยความร่วมมือระหว่างกรมการข้าวและบริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด

Hกรมการข้าวเข้าร่วมการจัดงานเกษตรปลอดการเผา Zero Burn โดยความร่วมมือระหว่างกรมการข้าวและบริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด

 P1

                     เมื่ออังคารที่ 23 เมษายน 2562 นายประสงค์ ประไพตระกูล อธิบดีกรมการข้าว ร่วมการจัดงานเกษตรปลอดการเผา Zero Burn โดยความร่วมมือระหว่างกรมการข้าวและบริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยมีนายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย   ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี

                นายประสงค์ กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาหมอกควันรวมทั้งฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐานในประเทศไทย เกิดผลกระทบโดยตรงด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ และทำให้ลดทัศนวิสัยในการมองเห็นทำให้เกิดอุบัติเหตุอันตรายในท้องถนน สาเหตุหนึ่งเกิดจากการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ในไร่นาและการเผาป่าไม้เพื่อเตรียมที่ทำการเกษตร โดยประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวปีละประมาณ 70 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 46.40 ของพื้นที่ทำการเกษตร ในแต่ละปีมีฟางข้าวเหลือทิ้งในนาเฉลี่ย 27 ล้านตัน และมีตอซังข้าวที่ตกค้างอยู่ในนาข้าวประมาณ 18 ล้านตัน ซึ่งฟางข้าวและตอซังข้าวเป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีปริมาณมากที่สุดเมื่อเทียบกับตอซังพืชอื่น โดยในพื้นที่ปลูกข้าว 1 ไร่ มีปริมาณฟางข้าวและตอซัง โดยเฉลี่ยปีละ 650 กิโลกรัม นับเป็นปัจจัยหลักที่เกษตรกรส่วนมากนิยมเผาตอซังข้าวเพื่อให้เกิดความสะดวกในการไถเตรียมดิน ง่ายต่อการกำจัดวัชพืชและแมลงศัตรูพืช ซึ่งวิธีดังกล่าวจะทำให้โครงสร้างของดินเปลี่ยนไป สูญเสียอินทรียวัตถุและธาตุอาหารในดิน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาทต่อปี แต่หากเปลี่ยนเป็นวิธีไถกลบตอซังข้าวในพื้นที่ 1 ไร่ จะเป็นการเพิ่มธาตุอาหารหลักลงในดิน ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม คิดเป็นมูลค่า 900 บาท/ไร่ ซึ่งช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ อีกทั้งทำลายจุลินทรีย์และแมลงที่เป็นประโยชน์ การเผาตอซังพืชทำให้ผิวดินมีอุณหภูมิสูงถึง 90 องศาเซลเซียส ทำให้สูญเสียน้ำในดิน ส่งผลให้ความชื้นในดินลดลง

.               กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยสถานีเรียนรู้ 4 สถานี ได้แก่ 1)สถานี “ผลกระทบจากการเผาตอซังและฟางข้าว” 2)สถานี “ไถ่กลบตอซังและฟางข้าว” 3)สถานี “เทคโนโลยีการจัดการตอซังและฟางข้าวในไร่นา” และ 4)สถานี “การใช้ประโยชน์จากฟางข้าว และกิจกรรมดูแปลงสาธิตการไถกลบตอซังและฟางข้าวและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง