ประชารัฐขานรับตลาดเกษตรดิจิทัล ตั้งเป้าดันล้านคนใช้แอป “Hello Trade” หลังเปิดตัวรับปีใหม่

H1ประชารัฐขานรับตลาดเกษตรดิจิทัลตั้งเป้าดันล้านคนใช้แอป Hello Trade” หลังเปิดตัวรับปีใหม่

 

ประชารัฐขานรับตลาดเกษตรดิจิทัลตั้งเป้าดันล้านคนใช้แอป Hello Trade” หลังเปิดตัวรับปีใหม่

 

page3

 

         วันที่ 20 กรกฎาคม 2561เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมจักรพันธุ์ กรมการข้าว นายกฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล รองอธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมคณะทำงานส่งเสริมผู้ใช้ระบบตลาดเกษตรดิจิทัล ประกอบด้วย 9 หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมการข้าว, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กรมส่งเสริมการเกษตร, กรมส่งเสริมสหกรณ์, สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย, คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), บริษัทประชารัฐรักสามัคคีวิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด, ศูนย์ขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ

         สืบเนื่องจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินแผนยุทธศาสตร์ยกระดับการเกษตร 4.0 หรือยุทธศาสตร์พระพิรุณ โดยมีคณะกรรมการส่งเสริมตลาดเกษตรดิจิทัลทำหน้าที่ขับเคลื่อนดำเนินงานในการสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจใหม่ด้วยกลไกการทำงาน 2 ส่วน ทั้งด้านตลาดดิจิทัลและด้านตลาดกายภาพ โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ 4 ประการ ได้แก่ ระบบตลาดเกษตรดิจิทัล (E Matching Market Platform) ระบบเครือข่ายค้าปลีกและบริการการเงิน (Fintech) ระบบตลาดค้าส่งที่มีนวัตกรรม (Digital Matching Market) และระบบขนส่งและคลังสินค้า (Logistic and Distribution Center)

         อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ภาพรวมการทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานเพิ่มขึ้นอีก 1 คณะ คือ คณะทำงานส่งเสริมผู้ใช้ระบบตลาดเกษตรดิจิทัล ซึ่งเป็น 1 ในจำนวน 5 คณะทำงานที่อยู่ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการส่งเสริมตลาดเกษตรดิจิทัล เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมให้เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ภาครัฐในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่ม Smart Farmer และ Smart Officer ในการฝึกอบรมหรือพัฒนาความสามารถในการรับรู้และใช้ประโยชน์เทคโนโลยีสารสนเทศ และบริการนวัตกรรม

         สำหรับผลการดำเนินงานของตลาดเกษตรดิจิทัลนั้น ได้มีการพัฒนาระบบตลาด Business Matching Digital Farm (DGTFarm) ในรูปแบบของเว็บไซต์ WWW.DGTFarm.com มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเป็นโครงการนำร่องจับคู่เกษตรกรผู้ผลิตและผู้ซื้อสินค้าเกษตรออนไลน์ ที่มีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลประชากรของกระทรวงมหาดไทย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลของสินค้าได้ หลังจากนี้จะมีการพัฒนาให้สามารถใช้งานได้บนสมาร์ทโฟนในชื่อแอปพลิเคชัน “Hello Trade” โดยวางแผนจะเปิดตัวการให้บริการอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชนในปี 2562 ด้วยเป้าหมายมีผู้ใช้งานเริ่มต้นจำนวน 1 ล้านคน และเพิ่มอำนาจการซื้อสินค้ามาตรฐานในร้านค้าของโครงการด้วยระบบบัตรซื้อง่ายขายคล่อง (Micro Credit) รวมถึงการเปิดตัวให้บริการตลาดเกษตรสุขใจซึ่งเป็นระบบค้าส่งสินค้าเกษตรที่ลดความเสี่ยงของธุรกิจ ประหยัดเวลา และร้าน Q4U Shop เป็นระบบค้าปลีกในลักษณะ Free Franchise ที่ร่วมมือในลักษณะประชารัฐในการขยายเครือข่ายร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรและอาหารมาตรฐานที่สามารถตรวจสอบได้ผ่านระบบ QR Trace และขยายคอนเทนต์ให้บริการบนแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง เช่น ด้านราคา พื้นที่ ปริมาณ และการตลาดแบบเรียลไทม์ ตลอดจนให้บริการพื้นที่สื่อสารประชาสัมพันธ์ร่วมกับเครือข่ายสังคม เพื่อทำให้แพลตฟอร์มตลาดเกษตรดิจิทัลนี้สามารถเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายสินค้าให้แก่เษตรกรที่เอื้ออำนวยต่อกลุ่มผู้ซื้อขายสินค้าเกษตรออนไลน์ พัฒนาเกษตรกรและผู้ประกอบการให้เข้าถึงและเชื่อมโยงตลาดกับแหล่งผลิตได้อย่างน้อย 1 ล้านราย สร้างและพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ไม่น้อยกว่า 100,000 ราย และเพิ่มรายได้ผู้เข้าร่วมโครงการปีละ 6,000-18,000 ล้านบาท ตลอดจนเป็นการสร้างฐานข้อมูลเพื่อการสนับสนุนและพัฒนา กำหนดนโยบาย แผนงาน และโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรอัจฉริยะจากการบริหารจัดการ และใช้ประโยชน์ข้อมูลสารสนเทศเพื่อยกระดับการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมาย Digital Thailand ของรัฐบาล.

สุรศักดิ์ มิ่งภูษา : ภาพ

ณภิญา มุสิกะรักษ์ : ข่าว