กรมการข้าว จัดนิทรรศการฉลองครบรอบ 20 ปี ประติมากรรมข้าวป่า (โมมิ)

Hกรมการข้าว จัดนิทรรศการฉลองครบรอบ 20 ปี ประติมากรรมข้าวป่า (โมมิ) 

23541pp

         เมื่อวันอังคารที่  7 พฤศจิกายน  2560  ณ  ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี กรมการข้าว ได้จัดสัมมนาเรื่อง งานวิจัยข้าวป่าและการอนุรักษ์ข้าวป่าในถิ่นเดิม และแสดงนิทรรศการครบรอบ 20 ปี ประติมากรรมเมล็ดข้าวป่า (MOMI) ระหว่างวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2560 โดยมี
นายอำพล  เสนาณรงค์  องคมนตรีในรัชกาลที่ 9  เป็นประธานในพิธีเปิดงาน  นายกฤษณะพงศ์  ศรีพงษ์พันธุ์กุล  รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวรายงาน

นายอำพล  เสนาณรงค์  องคมนตรีในรัชกาลที่ 9  เปิดเผยว่า เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมาในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2540 ได้เป็นประธานในพิธีรับมอบประติมากรรมเมล็ดข้าวป่า หรือ “โมมิ” จาก  Mr.Mitsuaki Tanabe ประติมากรชาวญี่ปุ่น  ที่มีเจตนารมณ์ต้องการสื่อให้คนทั่วไปได้เห็นความสำคัญของข้าวป่าและความจำเป็นที่จะต้องอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมข้าวป่า ซึ่ง Mr.Tanabe ได้รวบรวมทุนทรัพย์จากแหล่งต่างๆ นำมาสร้าง “โมมิ” ในหลากหลายรูปแบบแล้วมอบให้แก่หน่วยงานในหลายประเทศ เช่น สถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (ฟิลิปปินส์) ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี (ไทย) ธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชโลกสวาลบาร์ด (นอร์เวย์) เป็นต้น  โดยในประเทศไทย “โมมิ” ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ ณ แปลงนาทดลองภายในศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี  ขณะเดียวกัน  Mr.Tanabe ยังได้น้อมเกล้าฯถวาย “โมมิ” ขนาดเล็กแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงสนับสนุนการอนุรักษ์ข้าวป่าในสภาพธรรมชาติ พร้อมกันนั้นยังได้สร้าง “โมมิ” ทำจากไม้ไผ่มอบให้แก่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานีด้วย

“โมมิ เป็นสิ่งดึงดูดใจต่อผู้พบเห็น และนำสู่ความตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของทรัพยากรข้าวป่า เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับพระราชวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีแนวความคิดเกี่ยวกับข้าวป่าที่พบเห็นอยู่ทั่วไปว่า ประเทศไทยควรศึกษาพันธุ์ข้าวป่า รวมทั้ง gene ข้าวป่าอย่างลึกซึ้ง เพื่อเป็นพื้นฐานของการปรับปรุงพันธุ์ข้าวโดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ”

            ด้านนายกฤษณพงศ์  ศรีพงษ์พันธุ์กุล  รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ข้าวป่า คือ ข้าวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อยู่ในสกุล (Genus) เดียวกันกับข้าวปลูก คือ สกุล ออไรซา (Oryza)  แต่มีหลากหลายชนิด (Species)  โดยมีรายงานว่าทั่วโลกมีข้าวป่าอยู่ 22 ชนิด พบในประเทศไทย 5 ชนิด ได้แก่ ชนิด rufipogon,nivara, officinalis ridleyi และ granulate  ในจำนวนนี้ 2 ชนิด คือ rufipogon  และ nivara มีความสำคัญในฐานะเป็นบรรพบุรุษของข้าวปลูก  ลักษณะของข้าวป่านั้นเป็นวัชพืช เมล็ดเล็ก ร่วงง่าย แต่มีลักษณะบางประการที่ไม่อาจหาได้จากพันธุกรรมข้าวปลูก ได้แก่  การเป็นพืชข้ามปี  เรณูเป็นหมัน  ความต้านทานโรคแมลง ความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม (เช่น ทนแล้ง ทนดินเปรี้ยว) ซึ่งอาจนำมาใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวได้ ข้าวป่ามีความแปรปรวนทางพันธุกรรมสูงและมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องในสภาพธรรมชาติ

 ข้าวป่า...

page12

มีความหลากหลายทางพันธุกรรมสูง และมีลักษณะเฉพาะที่หาไม่ได้ในข้าวปลูก เช่น ความต้านทานต่อโรคและแมลง  หรือความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม  ปัจจุบันมีการนำข้าวป่ามาใช้ประโยชน์  เช่น ยีนต้านทานโรคขอบใบแห้งของข้าว และแหล่งของความเป็นหมันของเกสรตัวผู้ ที่ใช้ในโครงการข้าวลูกผสมของประเทศจีนได้มาจากข้าวป่า

            รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปอีกว่า ในประเทศไทยมีการผสมข้ามชนิดเพื่อถ่ายทอดลักษณะต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระหว่างข้าวปลูกพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และข้าวป่า O.Minuta ซึ่งเก็บรวบรวมไว้ที่ศูนย์ปฏิบัติการและเก็บเมล็ดพันธุ์เชื้อพันธุ์ข้าวแห่งชาติ โดยใช้ข้าวป่าเป็นต้นพ่อด้วยวิธีกู้คัพภะ (embryo rescue) และใช้สารโคลชิซีนชักนำให้เกิดการเพิ่มจำนวนโครโมโซม สามารถคัดเลือกได้สายพันธุ์ที่แสดงลักษณะต้านทานแมลงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ดีกว่าพันธุ์สุพรรณบุรี 1 ที่ใช้เป็นพันธุ์ต้านทานมาตรฐาน

            “ปัจจุบันนี้ ข้าวป่าอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ อันเนื่องมาจากการพัฒนาประเทศ การขยายเมือง สร้างถนน ทำให้แหล่งข้าวป่าถูกทำลายหมดสิ้นไป มีรายงานว่าในช่วงระยะเวลาเพียง 10 ปี
(2526-2536) ปริมาณข้าวป่าในประเทศไทยลดลงถึง 23
%  อย่างไรก็ตามกรมการข้าวได้ดำเนินการนำเมล็ดข้าวป่าที่เก็บรวบรวมจากแหล่งต่างๆ มาอนุรักษ์ไว้ในธนาคารเชื้อพันธุ์ (germplasm bank)  รวมทั้งดูแลรักษาแปลงอนุรักษ์ทรัพยากรข้าวป่าในถิ่นเดิม (insitu conservation) เพื่อให้ข้าวป่ายังคงมีวิวัฒนาการและความหลากหลายทางพันธุกรรมต่อไปในสภาพธรรมชาติ และเป็นแหล่งสนับสนุนที่ถาวรของการปรับปรุงพันธุ์ข้าวปลูกในอนาคต”  รองอธิบดีกรมการข้าวกล่าว

****************

นายสุรศักดิ์  มิ่งภูษา  : ภาพ

นางอรทัย  เตชะฤทธิ์  : ข่าว