นำร่องปลูกข้าวพันธุ์กข43 ข้าวนุ่ม ทานอร่อย มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ

DSC 2468.5นำร่องปลูกข้าวพันธุ์กข43 ข้าวนุ่ม ทานอร่อย มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ

page

DSC 2739

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2560  ณ  แปลงเรียนรู้การทำนาคุณภาพแบบประณีต และประหยัดต้นทุนตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  นางสาวชุติมา  บุณยประภัศร  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานการทำนาคุณภาพแบบประณีต  และประหยัดต้นทุน ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในพื้นที่ตำบลข้าวงาม  อำเภอวังน้อยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องปลูกข้าวคุณภาพแบบประณีตและลดต้นทุน โดยปลูกข้าวพันธุ์ กข43  ซึ่งเป็นข้าวที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ร่วมเกี่ยวข้าวด้วยเคียว และปล่อยรถเกี่ยวข้าวเพื่อดำเนินการเก็บเกี่ยวข้าวในพื้นที่แห่งนี้จำนวน 15 ไร่  ในการนี้นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยนายสุวัฒน์  เจียระคงมั่น รองอธิบดีกรมการข้าว  นางสาวกุลศิริ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวคลองหลวง กองวิจัยและพัฒนาข้าว และคณะจากกรมการข้าว ร่วมให้การต้อนรับ

ด้านนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว  กล่าวว่า ข้าวพันธุ์ กข43 เป็นพันธุ์ข้าวรับรองของกรมการข้าวและมีงานวิจัยรองรับว่าเป็นข้าวที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ  เป็นพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกจากการผสมข้าวพันธุ์ลูกผสมเดี่ยวระหว่างพันธุ์ข้าวเจ้าหอมสุพรรณบุรี (พันธุ์แม่) กับพันธุ์สุพรรณบุรี 1 (พันธุ์พ่อ) ที่ศูนย์วิจัยข้าวสุพรรณบุรี ในฤดูนาปรังพ.ศ. 2542  คัดเลือกได้สายพันธุ์ SPR99007-22-1-2-2-1 ปลูกทดสอบผลผลิตในศูนย์วิจัยข้าวและนาเกษตรกรตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปี 2551  คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์กรมการข้าว พิจารณารับรองพันธุ์เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ.2552 ใช้ชื่อว่า “กข43” 

ข้าวพันธุ์นี้มีลักษณะเด่นที่อายุการเก็บเกี่ยวสั้น 95 วันปลูกโดยวิธีหว่านน้ำตม  คุณภาพของเมล็ดทางการหุงต้มรับประทานดี ข้าวสุกนุ่ม เหนียว มีกลิ่นหอมอ่อนๆ  ต้านทานปานกลางต่อโรคใบไหม้และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล  พื้นที่แนะนำปลูกควรเป็นพื้นที่นาชลประทาน พื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน  และเกษตรกรมีช่วงเวลาในการทำนาน้อยกว่าพื้นที่ปลูกข้าวอื่นๆ  และ/หรือพื้นที่ที่มีปัญหาข้าววัชพืชระบาด

จากการศึกษาวิจัยของกองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์  โรงพยาบาลรามาธิบดี  มหาวิทยาลัยมหิดล  ได้ศึกษาและใช้ประโยชน์จากพันธุ์ข้าวในเชิงสุขภาพ โดยคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่ปลูกในประเทศไทยมากกว่า 100 พันธุ์ พบว่า ข้าวเจ้าพันธุ์ กข43  ให้ปริมาณน้ำตาลกลูโคสต่ำกว่าข้าว
อมิโลสต่ำชนิดอื่นๆ ซึ่งสอดคล้องกับการวิเคราะห์ในมนุษย์จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีที่พบว่าข้าวพันธุ์ กข43 มีค่าดัชนีน้ำตาลในข้าวขาวน้อยกว่าข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และมีค่าใกล้เคียงกับข้าวพันธุ์หอมกระดังงา ซึ่งเป็นข้าวอมิโลสสูงและร่วนแข็ง

อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังมีปัญหาเรื่องเมล็ดพันธุ์ที่มีปริมาณน้อย  ดังนั้นกรมการข้าวจึงได้กำหนดแผนการผลิตและการตลาดข้าวพันธุ์ กข43 (ปี 2560-2561) ดังนี้ ฤดูนาปี 2560 (พ.ค.-พ.ย.60) ผลิตพันธุ์คัด
4 ตัน พันธุ์หลัก 25 ตัน พันธุ์ขยาย 100 ตัน ฤดูนาปรัง ปี 2561 (ธ.ค.60-เม.ย.61) ผลิตพันธุ์คัด 4 ตัน พันธุ์หลัก 25 ตัน พันธุ์ขยาย 100 ตัน และพันธุ์จำหน่าย 3,500 ตัน ผลผลิตข้าวสาร ฤดูนาปี 20 ตัน และฤดูนาปรัง 700 ตัน มีระบบ
QRtrace เพื่อให้การตรวจสอบย้อนกลับ ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตจนถึงผลิตภัณฑ์ มี 2 ส่วน คือ ใช้รหัส QR  ในการรับรอง GAP (ระดับแปลง) เริ่มตั้งแต่เมล็ดพันธุ์คัด/หลัก เมล็ดพันธุ์ขยาย และแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์/แปลงผลิตข้าว และใช้รหัส QR ในการรับรอง GMP (ระดับผู้ประกอบการโรงสี ผลิตภัณฑ์) เริ่มตั้งแต่สถานที่เก็บรักษาข้าว  โรงสีข้าว  และผลิตภัณฑ์  ทั้งนี้เพื่อให้การผลิตข้าวพันธุ์ กข43 ที่ออกสู่ตลาดเป็นข้าวพันธุ์ กข43 อย่างแท้จริงตรงตามความต้องการของผู้บริโภค

************************