สมาพันธ์ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ของจีน เดินหน้าสานสัมพันธ์เจาะตลาด แหล่งผลิตสินค้าคุณภาพทางการเกษตรไทย สร้างโอกาสช่องทางใหม่ การตลาดตอบโจทย์งานเกษตรไทย

h 002สมาพันธ์ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ของจีน เดินหน้าสานสัมพันธ์เจาะตลาด แหล่งผลิตสินค้าคุณภาพทางการเกษตรไทย สร้างโอกาสช่องทางใหม่ การตลาดตอบโจทย์งานเกษตรไทย

สมาพันธ์ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ของจีน เดินหน้าสานสัมพันธ์เจาะตลาดแหล่งผลิตสินค้าคุณภาพทางการเกษตรไทย สร้างโอกาสช่องทางใหม่ การตลาดตอบโจทย์งานเกษตรไทย

m 004 s

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2560นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้นายสถาพร  หล่อกัณภัย กรรมการผู้บริหารบริษัทสเตเวีย เทคนิว (ประเทศไทย) จำกัด, นายจาง ซิ่ว เลขาธิการสมาพันธ์ค้าปลีกแห่งไทยและผู้อำนวยการใหญ่ GDCCT, นายจาง ซี ผู้อำนวยการหน่วยงานประมงแห่งมณฑลกวางเจา และกวางตุ้งซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัท สเตเวีย ในประเทศจีน, นายโจ หม่า ผู้บริหารบริษัท สเตเวียในฮ่องกงและจีน, นายพิสิษฐ อ้นมา ผู้ดูแลแปลงเกษตรในพื้นที่ทหารภาคอีสาน และคณะผู้แทนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าพบหารือประเด็นเกี่ยวกับการค้าข้าวและความร่วมมือด้านการประมง ณ ห้องประชุมรวงข้าว ชั้น 2 อาคารกรมการข้าว

            โดยมีวัตถุประสงค์ในการเข้าพบเพื่อ แนะนำตัว และทำความรู้จักกรมการข้าว และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 - เข้าชี้แจง เรื่องการเปลี่ยนชื่อข้าวหอมมะลิ และข้าวจัสมินของไทยที่ส่งไปยังประเทศจีน

 - แนะนำคณะทำงาน และขั้นตอนการทำงานของสมาพันธ์ค้าปลีกของจีน และร่วมเสนอแนะแนวทางการซื้อขาย – นำเข้า จัดการสินค้าอาหารทั้งในรูปอาหารสด และอาหารแปรรูป ที่ส่งไปขายยังประเทศจีน

 - ทำการติดต่อการซื้อข้าวอินทรีย์ ปลอดสารเคมี ไร้สารพิษ (ข้าวออร์แกนิค) จำนวน 5,000 ตัน ส่งไปยังประเทศจีน

 - นำความรู้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการประมงของจีน ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้ที่สนใจต่อไป

            โดยจะมีการเตรียมเซ็นสัญญา AIT และสภาเกษตรแห่งชาติ ที่จะทำการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามออร์แกนิค และจะมีการลงนามในข้อตกลงในการแต่งตั้ง และมอบอำนาจให้ทำการคัดสรรสินค้าจากประเทศไทยส่งไปขายที่ประเทศจีน โดยแต่งตั้งให้บริษัท สเตเวีย เทคนิว (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้รับมอบอำนาจ

            กล่าวคือ ตลาดในประเทศจีนมีความต้องการสินค้าเกษตรที่ดี (เกรด A) มีคุณภาพจากประเทศไทย เป็นจำนวนมากมหาศาล รวมทั้งในฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง เช่น ข้าวหอมมะลิ กุ้ง เป็นต้น โดยทางสมาพันธ์มีเครือข่ายจุดกระจายสินค้าทั่วถึง ครอบคลุมทั่วประเทศจีนกว่า 3,000 จุด ในเบื้องต้นขอนำสินค้าข้าวคุณภาพพิเศษ(ข้าวออร์แกนิค) จำนวน 5,000 ตัน นำร่องและพร้อมดำเนินการคู่ขนานร่วมกับกระทรวงเกษตรฯในการนำส่งสินค้าเกษตรชนิดอื่น ๆ ที่ดีมีคุณภาพต่อไป ตลอดจนสินค้าOTOP ระดับ 5 ดาว และทางกลุ่มได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาต่อยอดการตลาด ตอบโจทย์ลูกค้า โดยมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาพัฒนารูปแบบบริการทางการตลาด เช่น มีการจัดส่งหรือส่งสินค้าทางออนไลน์และออฟไลน์ พอได้รับคำสั่งซื้อ ก็สามารถทำการจัดส่งได้เลย โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้บริโภคได้รับทราบถึงแหล่งผลิตที่มาข้อมูล (QR Code) ของสินค้าเพื่อตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาอย่างแท้จริง (ของแท้จะมีราคาแพงไม่ใช่ปัญหา เท่ากัน ของดีมีราคาเป็นธรรม) สามารถเลือกสรรสินค้าคุณภาพ และตอบโจทย์กำลังการซื้อที่มีมากและกระจายอยู่ทั่วประเทศ ตลอดจนการจองออเดอร์สินค้าพรีเมี่ยม และการเช็คสต๊อกจำนวนสินค้าที่มีอยู่จริง โดยทางสมาพันธ์จะมุ่งสร้างสรรค์ แนวทางใหม่ เพื่อความร่วมมือที่ดีต่อกันอย่างยั่งยืน อธิเช่น อาจจะมีการส่งเสริมการเลี้ยงกุ้งในนาข้าว หรือ   การทำปลาแปรรูปร่วมกันระหว่างประทศ – ประเทศที่ 3 แล้วส่งกลับไปขายยังประเทศจีนในฤดูหนาว พร้อมกล่าวชื่นชมศักยภาพการผลิตในไทย เชิงคุณภาพดี ได้มาตรฐาน โดยจะศึกษาและขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่โดยตรงจากกระทรวงเกษตรฯ ต่อไป

นายสร้างสรรค์  ดีรื่น นายช่างภาพชำนาญงาน 

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมการข้าว : รายงาน