สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง จังหวัดเชียงใหม่

h 001 cสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี   ทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน  โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง จังหวัดเชียงใหม่

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี

ทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน

โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง จังหวัดเชียงใหม่

mm 002s

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2561 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร และทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน “โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนา   การเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง” ของมูลนิธิชัยพัฒนา พร้อมพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์หลักแก่ผู้แทน กลุ่มเกษตรกรเครือข่ายผู้ผลิตข้าว GAP ในพื้นที่โครงการ ณ ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

โดยมีนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว เฝ้ารับเสด็จฯ พร้อมด้วย ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมการข้าวเฝ้ารับเสด็จฯ พร้อมทูลเกล้าถวายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์หลัก พันธุ์พิษณุโลก 80 จำนวน 200 กิโลกรัมเพื่อให้เกษตรกรนำไปปลูกตามมาตรฐาน GAP ที่กรมการข้าวกำหนด และนำมาสีในโรงสีข้าว (ได้มาตรฐานGMP) ภายในโครงการฯ ซึ่งข้าวที่ได้จะได้มาตรฐาน เครื่องหมาย Q โดยจะจำหน่ายภายในร้านซึ่งได้รับพระราชทานชื่อพร้อมตราสัญลักษณ์สินค้า “ทรัพย์-ปัน” อันมาจากชื่อเรียกต้นฝางในภาษาอังกฤษ (Sappan) ในพื้นที่โครงการต่อไป โดยทางห้างสรรพสินค้า “ท๊อป ซุปเปอร์มาร์เก็ต” จะช่วยนำสินค้าไปจำหน่ายอีกทางหนึ่ง

ในการนี้ กรมการข้าว กราบบังคมทูลรายงานเรื่อง

- แนวทางการปรับปรุงและใช้ประโยชน์จากโรงสีข้าว รวมถึงสมรรถนะและประสิทธิภาพของเครื่องสีข้าว เพื่อรองรับระบบมาตรฐานการผลิตที่สะอาดและถูกสุขลักษณะที่ดีสำหรับโรงสีข้าว (GMP) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสีข้าวและสามารถรับรองระบบการผลิต GMP ได้ โดยมีแผนในการพัฒนาโรงสีข้าวในระยะต่อไป คือ ติดตั้งเครื่องสีข้าวใหม่เพิ่มเติม เพื่อใช้สีข้าวบรรจุถุงจำหน่าย

- เมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์หลัก พันธุ์พิษณุโลก 80 มีค่าดัชนีน้ำตาล 59.5 และพันธุ์ กข 43 มีค่าดัชนีน้ำตาล 57.5 เป็นข้าวที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำใกล้เคียงกันจึงสามารถใช้ปลูกทดแทนกันได้

ลักษณะเด่น: ผลผลิตสูง มีเสถียรภาพ สามารถให้ผลผลิตสูงและสม่ำเสมอ ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน โดยให้ผลผลิตเฉลี่ย 642 กิโลกรัมต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ กข 27 (589 กิโลกรัมต่อไร่) และขาวตาแห้ง 17 (488 กิโลกรัมต่อไร่) ตามลำดับ

- คุณภาพเมล็ดดี ท้องไข่น้อย เมล็ดเรียวยาว คุณภาพการสีดีมาก สามารถทำเป็นข้าวสาร 100 % ได้

- เป็นข้าวอมิโลสต่ำ (17.27%) คุณภาพการหุงต้มและรับประทาน เมื่อหุงสุกมีลักษณะอ่อนนุ่ม

- ทรงต้นตั้งตรง ต้นแข็ง ไม่ล้มง่าย

ลักษณะประจำพันธุ์: เป็นข้าวเจ้าไวต่อช่วงแสง อายุปานกลาง เก็บเกี่ยวประมาณต้นเดือนธันวาคม ลักษณะทรงกอตั้งต้นแข็ง ไม่ล้มง่าย ใบค่อนข้างยาวตั้งตรง สีเขียว แก่ช้า คอรวงยาว รวงแน่น ระแง้ถี่ ความสูงประมาณ 141 ซม. เปลือกเมล็ดสีฟาง ขนาดข้าวเปลือกยาว 10.4 มม. กว้า 2.65 มม. หนา    2.09 มม. ขนาดข้าวกล้อง ยาว 7.47 มม. กว้าง 2.17 มม. หนา 1.85 มม. น้ำหนัก 10.6 กิโลกรัมต่อถัง น้ำหนัก 1,000 เมล็ด 29.2 กรัม มีระยะพักตัว 7 สัปดาห์

พื้นที่แนะนำ: เหมาะสำหรับพื้นที่ลุ่มในเขตภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง สำหรับเกษตรกรที่ต้องการข้าวอายุปานกลาง ที่มีคุณภาพการหุงต้มและรับประทานอ่อนนุ่มแทนพันธุ์ข้าว กข27 และขาวตาแห้ง 17

ข้อควรระวัง: ไม่ควรใช้ปุ๋ยไนโตรเจนในอัตราสูง เนื่องจากค่อนข้างอ่อนแอต่อโรคไหม้ และโรคขอบใบแห้งในบางพื้นที่

            นายสร้างสรรค์ ดีรื่น นายช่างภาพชำนาญงาน

                                           กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมการข้าว : รายงาน