|
ข้าวญี่ปุ่น กวก. 1
(Khao Yipun DOA 1) |
|
 |
|

ชื่อพันธุ์ - ข้าวญี่ปุ่น กวก. 1 (Khao Yipun DOA
1)
ชนิด - ข้าวญี่ปุ่น
ประวัติพันธุ์ - สถาบันวิจัยข้าว เริ่มดำเนินงานเพื่อศึกษาหาข้อมูลเบื้องต้น
ตลอดจนความเป็นไปได้ในการปลูกข้าวญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507
- พ.ศ. 2530 สถานีทดลองข้าวพานได้รวบรวมพันธุ์ข้าวญี่ปุ่นจากกแหล่งต่าง
ๆ และส่วนหนึ่งรับเมล็ดพันธุ์ข้าวเพิ่มเติมจากอดีตผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านข้าว
(นาย ประพาส วีระแพทย์) เพื่อนำไปปลูกขยายเมล็ดพันธุ์
- พ.ศ.2531-2532 ปลูกศึกษาพันธุ์ขั้นต้นที่สถานีทดลองข้าวพาน จำนวน 96 พันธุ์ โดยพิจารณา
คัดเลือกไว้ดำเนินการศึกษาพันธุ์ต่อจำนวน 44 พันธุ์
- พ.ศ. 2532-2533 ปลูกศึกษาพันธุ์ขั้นสูงที่สถานีทดลองข้าวพานและสถานีทดลองข้าวสันป่าตอง
- พ.ศ. 2533-2534 ปลูกเปรียบเทียบพันธุ์ระหว่างสถานีฯ
- พ.ศ. 2534-2538 ปลูกทดสอบผลผลิตในนาเกษตรกรในหลายจังหวัด พร้อมทั้งบันทึกผลผลิต
ลักษณะทางการเกษตรที่สำคัญ ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาในช่วงฤดูปลูก ตรวจสอบคุณภาพเมล็ดทางกายภาพ
และทางเคมี ตลอดจนทดสอบปฏิกิริยาต่อโรคและแมลง พบว่าพันธุ์ซาซานิชิกิ
(SASANISHIKI) มีคุณภาพใกล้เคียงกับพันธุ์โคชิฮิการิ (KOSHIHIKARI)
ซึ่งเป็นข้าวชั้น 1 ของญี่ปุ่น มีความเหมาะสมและปลูกได้ดีในเขตภาคเหนือตอนบน
ภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
การรับรองพันธุ์ - คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร
มีมติให้เป็น พันธุ์แนะนำ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2538 และให้ชื่อว่า ข้าวญี่ปุ่น กวก. 1 |
| |
ลักษณะประจำพันธุ์
- เป็นข้าวเจ้านาสวน สูงประมาณ 88 เซนติเมตร
- เป็นพันธุ์ข้าวที่ไม่ไวต่อช่วงแสง
- อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 120 วัน
- ต้นค่อนข้างแข็ง ทรงกอตั้งตรง ใบแก่ช้าสีเขียวและมีขน กาบใบและปล้อง
สีเขียว ใบธงค่อนข้างตั้งตรง รวงแน่น ระแง้ถี่ คอรวงสั้น
- เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง มีขนสั้น ยอดเมล็ดสีฟางและมีหางเล็กน้อย
- เมล็ดข้าวกล้อง ยาว 5.18 มิลลิเมตร มีท้องไข่ระดับปานกลาง
ผลผลิต - ประมาณ 718 กิโลกรัมต่อไร่
ลักษณะเด่น - ให้ผลผลิตสูงในสภาพดินที่มีความอุดมสมบูรณ์
- สามารถปรับตัวได้ดีในพื้นที่ดินนาเขตภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง
และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
- ทนทานต่อสภาพอากาศร้อนได้ดีกว่าข้าวญี่ปุ่นพันธุ์อื่น ๆ
- คุณภาพการหุงต้มและรับประทานดีตรงตามมาตรฐาน สำหรับผู้บริโภคข้าวญี่ปุ่น
- คุณภาพการสีดี ได้ข้าวเต็มเมล็ดและต้นข้าวประมาณ 48%
- ราคาสูงกว่าข้าวทั่วไป
ข้อควรระวัง - ในสภาพที่มีอากาศร้อนและความชื้นสูงจะไม่ต้านทานโรคไหม้
- มีระแง้เหนียวมาก การนวดโดยการฟาดข้าวทำได้ยาก หลังจากเก็บเกี่ยวควรตากข้าวในนา
3-4 วัน แล้วนวดด้วยเครื่องนวดทันที
- เมล็ดข้าวเปลือกเสื่อมความงอกเร็ว การเก็บเมล็ดพันธุ์ควรลดความชื้นเมล็ดให้เหลือ 8-10%
- ไม่ต้านทานโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง และโรคใบสีส้ม
- ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่นสีเขียว และเพลี้ยกระโดดหลังขาว
พื้นที่แนะนำ - แนะนำให้ปลูกในเขตภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง
และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
|