กข35 (รังสิต 80)


ชื่อพันธุ์ -

กข35 (รังสิต 80)

ชนิด - ข้าวเจ้า
คู่ผสม - IR5201-65-1-2 /ปิ่นแก้วเบา 27/เจ้าเหลือง 11
ประวัติพันธุ์ -

กข35 (รังสิต 80) ได้จากการผสมพันธุ์สามทางระหว่างลูกผสมชั่วที่ 1 ของสายพันธุ์ IR5201-65-1-2   และพันธุ์ปิ่นแก้วเบา 27 กับพันธุ์เจ้าเหลือง 11  ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี  เมื่อ พ.ศ. 2522-2523   ปลูกคัดเลือกพันธุ์ผสมชั่วที่ 2 แบบรวม (bulk)  และ ชั่วที่ 3-6  แบบสืบตระกูล (pedigree)  ในปี พ.ศ.2525-2529 ได้สายพันธุ์ RSTLR79009-43-1-1-5 ปลูกศึกษาพันธุ์และเปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานี     ทดสอบความต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญ  รวมทั้งวิเคราะห์คุณภาพเมล็ดข้าวทางกายภาพและทางเคมี   ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ใน พ.ศ. 2530–2532 ปลูกเปรียบเทียบผลผลิตระหว่างสถานีที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี  สุพรรณบุรี คลองหลวง  ฉะเชิงเทรา และราชบุรี  รวมทั้งทดสอบความต้านทานต่อโรคและแมลงที่สำคัญ วิเคราะห์คุณภาพเมล็ดทางกายภาพและทางเคมีที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ระหว่าง พ.ศ.2533-2544 เปรียบเทียบผลผลิตในนาราษฎร์  และทดสอบการตอบสนองต่อปุ๋ยไนโตรเจน ใน พ.ศ. 2541-2544 ประเมินผลผลิตในสภาพดินเปรี้ยวและในนาเกษตรกร ในปี
พ.ศ. 2544-2545

การรับรองพันธุ์ - คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ กรมการข้าว  มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง ชื่อ
กข35 (รังสิต 80) เพื่อแนะนำให้เกษตรกรปลูก เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2550


 

ลักษณะประจำพันธุ์ - เป็นข้าวเจ้าไวต่อช่วงแสง  
  - ต้นค่อนข้างเตี้ย สูงเฉลี่ย 132  เซนติเมตร
  - อายุเก็บเกี่ยว ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม
  - ทรงกอตั้ง ต้นแข็งมาก  ใบสีเขียว  ใบธงตั้งตรง  แตกกอ 13-15 หน่อต่อกอ รวงแน่นปานกลาง คอรวงยาว
  - เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง ขนสั้น
  - ระยะพักตัวของเมล็ดพันธุ์ประมาณ 6-9 สัปดาห์
  - เมล็ดข้าวเปลือก ยาว x กว้าง x หนา = 10.1 x 2.5 x 1.9 มิลลิเมตร           
  - เมล็ดข้าวกล้อง ยาว x กว้าง x หนา = 7.4 x 2.1 x 1.7 มิลลิเมตร
  - เป็นท้องไข่น้อย
  - ปริมาณอมิโลสสูง (26.1-29.3%)
  - ข้าวสุกแข็ง  จัดอยู่ในประเภทข้าวเสาไห้
ผลผลิต - เฉลี่ย  650  กิโลกรัม/ไร่ (ปักดำ)
     
ลักษณะเด่น -

เจริญเติบโตและให้ผลผลิตดีในดินเปรี้ยว เฉลี่ย 600 กิโลกรัม/ไร่

  - กอตั้ง ฟางแข็ง  ค่อนข้างเตี้ย
  - คุณภาพเมล็ดดี  ทำข้าวสาร 100 เปอร์เซ็นต์ ได้คุณภาพการสีดี ข้าวเต็มเมล็ดและต้นข้าว 49.7 เปอร์เซ็นต์  จัดเป็นประเภทข้าวเสาไห้
  - ค่อนข้างต้านทานต่อโรคขอบใบแห้งและเพลี้ยกระโดดหลังขาว
     
ข้อควรระวัง - ค่อนข้างอ่อนแอต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
     
พื้นที่แนะนำ -

พื้นที่นาน้ำฝนภาคกลาง ที่มีระดับน้ำลึกไม่เกิน 50 เซนติเมตร  น้ำแห้งนาปลายเดือนพฤศจิกายน