มาตรการการปลูกข้าวแดงและข้าวต่างสี


ข้าวแดง : ปัญหาและความสำคัญ
        ข้าวแดง หมายถึง ข้าวที่มีเยื่อ หรือเปลือกหุ้มเมล็ด ข้าวกล้อง (pericarp) เป็นสีแดง แบ่งได้ 2 ชนิด
        1. ข้าวป่า เป็นวัชพืชที่ร้ายแรงขึ้นปะปนกับข้าวปลูกในนา ข้าวเปลือกมีสีฟาง หรือสีน้ำตาลดำ หางยาว เมล็ดมีขนาดเล็กและแข็ง
        2. ข้าวแดงที่ใช้บริโภค เป็นพันธุ์ข้าวปลูกเพื่อใช้บริโภค และจำหน่ายในตลาด เช่น ข้าวมันปูในภาคกลาง ข้าวกริ๊ปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และข้าวสังข์หยดในภาคใต้ ปกตินิยมบริโภคในรูปของข้าวกล้องหรือใช้ผสมกับข้าวขาวเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีขึ้น

คุณค่าทางโภชนาการของข้าวแดงที่ใช้บริโภค
        สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้วิเคราะห์ส่วนประกอบของแร่ธาตุ และวิตามินในตัวอย่างข้าวแดงหอม และข้าวขาวดอกมะลิ 105 จากศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก พบว่า ข้าวกล้องข้าวแดง หอมมีเยื่อ (dietary fiber ) และวิตามินบี 6 สูงกว่าข้าวกล้องขาวดอกมะลิ 105 แต่มีธาตุเหล็กและวิตามินต่าง ๆ ต่ำกว่า

การพัฒนาพันธุ์ข้าวแดงหอม

        พ.ศ. 2525-2527 จากการตรวจสอบความบริสุทธิ์ของข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่สถานีทดลองข้าวสุรินทร์ โดยนายบุญโฮม ชำนาญกุล เป็นผู้อำนวยการสถานี พบว่าในรวงข้าวจำนวนหนึ่งมีเมล็ดที่เป็นข้าวเหนียวปนอยู่ด้วย เข้าใจว่าเกิดจากการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติ ซึ่งพบอยู่เสมอ นอกจากนี้เมื่อนำเมล็ดข้าวปนไปปลูก พบว่า ในกอหนึ่งให้เมล็ดที่มีเยื่อหุ้มเป็นสีแดงเรื่อ ๆ มีแป้งทั้งชนิดที่เป็นข้าวเหนียวและข้าวเจ้า
        พ.ศ. 2529-2533 นำเฉพาะเมล็ดข้าวเจ้าที่มีเยื่อหุ้มเป็นสีแดงมาปลูกที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลกเพื่อการคัดเลือก จนในปี พ.ศ. 2533 มีเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดรุนแรง พบว่ามีสายพันธุ์ที่ไม่ถูกทำลาย และคัดได้สายพันธุ์ข้าวเบาและข้าวหนักดีเด่นที่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลไว้
        พ.ศ. 2535 เกษตรกรที่อยู่ใกล้ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ได้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวสายพันธุ์ดีเด่นไปปลูกและแปรรูปผลผลิตเป็นข้าวกล้องแดงจำหน่าย

        พ.ศ. 2536 พบว่า อายุสุกเก็บเกี่ยวของข้าวแดงหอมในแปลงเกษตรกรยังมีการกระจายตัว ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลกจึงนำสายพันธุ์ข้าวเบาและข้าวหนักมาคัดเลือกใหม่ในปี พ.ศ. 2538 ได้สายพันธุ์ KDML105R-PSL-E-14 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ข้าวเบาที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันและกรมการข้าวได้เสนอขอขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรเป็นพันธุ์ข้าวทั่วไปโดยใช้ชื่อว่า “ข้าวหอมแดง (Red Hawm Rice)”

        นอกจากข้าวแดงหอมชนิดที่เป็นข้าวต้นสูง ไวต่อช่วงแสง ที่กรมการข้าวได้ขอขึ้นทะเบียนเป็นพันธุ์ข้าวทั่วไปแล้ว ยังได้พัฒนาพันธุ์ต่อโดยนายสมเดช อิ่มมาก นักวิชาการเกษตรศูนย์วิจัยข้าวแพร่ ได้นำสายพันธุ์ข้าวแดงหอม KDML105R-PRE-5 เป็นพันธุ์แม่ผสมกับ IR64 ในปี 2531 และผสมย้อนกลับ (back cross) ไปหาพันธุ์แม่รวม 3 ครั้ง หลักจากนั้นได้นำสายพันธุ์ผสมปลูกคัดเลือกต่อที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลกจนได้สายพันธุ์ดีเด่น PRE90020-R36-PSL-8-3-14-3 ในปี 2537 ซึ่งได้มีผู้เสนอให้ใช้ชื่อพันธุ์ว่า “ข้าวหอมกุหลาบแดง (Red Rose Rice ) ” โดยมีลักษณะเป็นข้าวต้นเตี้ย ไม่ไวแสง เมล็ดยาวเรียว มีเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวกล้องสีแดง มีคุณภาพการหุงต้มดี และมีกลิ่นหอม ซึ่งกรมการข้าวได้ขึ้นทะเบียนเป็นพันธุ์ข้าวทั่วไปอีกพันธุ์หนึ่งเช่นเดียวกับข้าวหอมแดง ข้าวทั้งสองพันธุ์กรมการข้าวไม่มีการผลิตขยายเมล็ดพันธุ์เพื่อจำหน่าย หรือส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกแต่ประการใด

ลักษณะของข้าวหอมแดง และข้าวหอมกุหลาบแดง
ลักษณะประจำพันธุ์
ข้าวหอมแดง
ข้าวหอมกุหลาบแดง

สายพันธุ์ดีเด่น
ชนิด
อายุ
ความสูง
ลักษณะกอ
ลักษณะใบ
ลักษณะรวง
ลักษณะเมล็ด
ขนาดข้าวเปลือก

น้ำหนักข้าวเปลือก 1,000 เมล็ด
ขนาดข้าวกล้อง

รูปร่างเมล็ดข้าวกล้อง
ปริมาณอมิโลสในเมล็ด
การเป็นท้องไข่

KDML105R-PSL-E-14
ข้าวเจ้านาสวน ไวต่อช่วงแสง
วันเก็บเกี่ยว 20 พฤศจิกายน
120-130 ซม.ต้นแข็งปานกลาง
กอตั้งให้รวง 12 รวงต่อกอ
ใบโน้มสีเขียวอ่อน ใบธงลู่ลง
รวงยาว 27 ซม. ระแง้ถี่
เปลือกและยอดเมล็ดสีฟาง
ยาว 10.10 ม.ม. กว้าง 2.67 ม.ม.
หนา 2.00 ม.ม.
26.6 กรัม
ยาว 7.51 ม.ม. กว้าง 2.15 ม.ม.
หนา 1.75 ม.ม.
ยาวเรียว
16.9 %
น้อย
PRE90020-R36-PSL-8-3-14-3
ข้าวเจ้านาสวน ไม่ไวต่อช่วงแสง
ประมาณ 123 วัน
90-100 ซม. ต้นแข็งมาก ไม่ล้มง่าย
กอตั้งตรงให้รวง 22 รวงต่อกอ
ใบมีสีเขียว แก่ช้า ใบธงตั้งตรง
ระแง้ถี่ปานกลาง คอรวงโผล่เล็กน้อย
เปลือกและยอดเมล็ดสีฟาง
ยาว 10.30 ม.ม. กว้าง 2.41 ม.ม.
หนา 1.81 ม.ม.
23.5 กรัม
ยาว 7.31 ม.ม. กว้าง 2.04 ม.ม.
หนา 1.66 ม.ม.
ยาวเรียว
13.9 %
น้อย

ลักษณะดีเด่นของข้าวหอมแดง และข้าวหอมกุหลาบแดง
ข้าวหอมแดง
ข้าวหอมกุหลาบแดง
1. เยื่อหุ้มเมล็ดข้าวกล้องมีสีแดง
2. ข้าวสุกนุ่ม ค่อนข้างเหนียวและมีกลิ่นหอม
3. ต้านทานเพลี้ยกระโดด สีน้ำตาล
4. ต้านทานโรคไหม้ปานกลาง
5. ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 643 กก. ต่อไร่
1. เยื่อหุ้มเมล็ดข้าวกล้องมีสีแดง
2. ข้าวสุกนุ่ม ค่อนข้างเหนียว
3. ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ 730 กก. ต่อไร่
4. ไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ทั้งฤดูนาปีและฤดูนาปรัง
    อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 123 วัน

ข้อจำกัดของข้าวหอมแดง และข้าวหอมกุหลาบแดง
ข้าวหอมแดง ข้าวหอมกุหลาบแดง
1. ปลูกได้เฉพาะฤดูนาปี
2. ไม่ต้านทานโรคใบสีส้ม โรคขอบใบแห้ง
    และโรคใบขีด สีน้ำตาล
3. ควรปลูกในพื้นที่เฉพาะเพื่อป้องกัน
    ปัญหาเมล็ดปะปนกับข้าวขาว
1. ไม่ต้านทานโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง
    และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
2. ควรปลูกในพื้นที่เฉพาะเพื่อป้องกัน
    ปัญหาเมล็ดปะปนกับข้าวขาว

มาตรการการปลูกข้าวแดงหอม
        เนื่องจากข้าวแดงหอมที่ปะปนไปกับผลผลิตข้าวขาว จะทำให้ข้าวขาวขาดมาตรฐานตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ที่กำหนดไม่ให้มีข้าวแดงปนในข้าวขาว 100% ชั้น 1 ชั้น 2 และ ชั้น 3 แม้แต่เมล็ดเดียว ดังนั้น กรมการข้าวจึงกำหนดมาตรการการปลูกข้าวแดงหอม ดังนี้
        1. ควรปลูกในพื้นที่เฉพาะที่กำหนดไว้เท่านั้น และไม่ควรปลูกใกล้เคียงกับแปลงปลูกข้าวขาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งใกล้กับพันธุ์ข้าวที่มีวันออกดอกต่างกันน้อยกว่า 15 วัน
        2. การปลูกข้าวควรมีการตรวจ และตัดข้าวปนออก ซึ่งสามารถกระทำได้ทุกระยะการเจริญเติบโต เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของข้าวแต่ละพันธุ์

        3. ต้องทำความสะอาดเครื่องมือเครื่องทุ่นแรง และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บเกี่ยว นวด ตาก ทำความสะอาด และการขนส่งทุกครั้ง เมื่อเปลี่ยนไปใช้กับข้าวพันธุ์อื่น

        4. ควรแยกเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวแดงได้โดยเฉพาะ
        5. ควรเป็นการผลิตแบบครบวงจรโดยมีการขึ้นทะเบียนผู้ปลูก และมีนักวิชาการด้านพันธุ์ข้าวคอยดูแล ให้คำแนะนำในขั้นตอนการผลิต